เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
ดูทั้งหมด

เผ่าภูมิ ชี้จีดีพีไทย ปี’68 โตเกิน 2.2% จากแรงหนุน ส่งออก-มาตรการรัฐ-ดอกเบี้ยขาลง

27 ส.ค. 2568 | 11:34น.
เผ่าภูมิ โรจนสกุล

“เผ่าภูมิ” มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 2.2% ได้แรงหนุนจากส่งออก-มาตรการรัฐ-ดอกเบี้ยขาลง ชี้หนี้สาธารณะลดครั้งแรกในรอบ 10 เดือน

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไว้ที่ 2.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากช่วงแรก ขณะที่หลายสำนักต่าง ๆ ก็ได้มีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยขึ้นเรื่อย ๆ

“ตอนนี้ตัวเลขที่อยู่ในมือออกมาดี มีแนวโน้มที่จะมีการปรับคาดการณ์ขึ้น คงต้องรอฟังตัวเลขที่เกิดความชัดเจน ก็จะมีการประกาศเรื่อย ๆ” รมช.คลังกล่าว

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจคือประเด็นด้านการส่งออก ซึ่งในช่วงแรกหลายสำนักเคยประเมินว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา (Reciprocal Tariffs) ที่ 19% แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นบวกต่อประเทศไทย โดยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง ไทยไม่ได้เสียเปรียบในด้านอัตราภาษี และยังมีข้อได้เปรียบจากสัดส่วนสินค้าที่ผลิตในไทย (Regional Value Content : RVC) ที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้โอกาสเสียภาษีนำเข้าสูงมีน้อยกว่า ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยได้เปรียบด้านราคามากกว่า และทำให้ปัจจัยลบที่เคยกังวลในช่วงแรกผ่อนคลายลงอย่างมาก

อีกปัจจัยที่ช่วยเสริมเศรษฐกิจ คือการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยหนุนสภาพคล่องและการลงทุน ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ วงเงินกว่า 157,000 ล้านบาท ซึ่งได้ถูกใช้ไปแล้วกว่า 130,000 ล้านบาท และกำลังเร่งรัดการเบิกจ่าย โดยจะส่งผลชัดเจนต่อเศรษฐกิจจริงในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และไตรมาสแรกของปีหน้า ส่วนมาตรการคงต้องรอดูสถานการณ์ต่าง ๆ แต่ถือว่าเม็ดเงินก้อนใหญ่แล้ว

“ตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้ ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ย 3% แต่ครึ่งปีหลังคาดว่าจะต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ตาม หากมองทั้งปีรวมกันมีโอกาสสูงที่จะเติบโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ 2.2% ปัจจัยหนุนหลักคือการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้การส่งออกจะชะลอบ้างในครึ่งหลัง แต่ยังถือว่าทำได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายกังวล” รมช.คลังกล่าว

ในด้านเสถียรภาพการคลัง นายเผ่าภูมิกล่าวว่าตัวเลขหนี้สาธารณะต่อจีดีพีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 64.2% และถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบราว 10 เดือน สะท้อนว่าหนี้สาธารณะโตช้ากว่าจีดีพี ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก ขณะที่ภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาลยังอยู่ที่ระดับ 9% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 10% ที่นักลงทุนและสถาบันจัดอันดับเครดิตใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาความเสี่ยงด้านเครดิต ดังนั้น จึงยังอยู่ในระดับปลอดภัย

ทั้งนี้ แม้แนวโน้มภาระดอกเบี้ยอาจปรับสูงขึ้นจากระดับดอกเบี้ยโลก แต่หากเศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ก็ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อเครดิตเรตติ้งของประเทศ เพราะหน่วยงานจัดอันดับเครดิตจะพิจารณาปัจจัยหลายมิติ ไม่ใช่เพียงสัดส่วนหนี้ต่อรายได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงศักยภาพการเติบโต ความสามารถในการชำระหนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายการคลังและการเงิน ตลอดจนโครงการพัฒนาที่เดินหน้าในประเทศ

ในส่วนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) นายเผ่าภูมิเปิดเผยว่า ตัวเลขการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ FDI ล่าสุดออกมาดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความเชื่อมั่น โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเพิ่มเติมในด้านการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้ง่ายต่อการทำธุรกิจ รวมถึงการออกสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษีให้มีความน่าสนใจมากขึ้น อีกทั้งยังมีร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการเงิน (Financial Hub) ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา วาระ 1 ในอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์

ด้านนโยบายการเงิน นายเผ่าภูมิระบุว่าปัจจุบันยังมีพื้นที่ทางนโยบาย (Monetary Policy Space) ที่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้อีก หากมีความจำเป็นต่อการสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการพิจารณาตามความเหมาะสม ขณะเดียวกัน ยังแสดงความมั่นใจว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่มีศักยภาพสูง และจะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมต่อเศรษฐกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจไทย