เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
Business ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
ดูทั้งหมด

เผ่าภูมิ ชี้จีดีพีไทย ปี’68 โตเกิน 2.2% จากแรงหนุน ส่งออก-มาตรการรัฐ-ดอกเบี้ยขาลง

27 ส.ค. 2568 | 11:34น.
เผ่าภูมิ โรจนสกุล

เผ่าภูมิ โรจนสกุล

“เผ่าภูมิ” มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 2.2% ได้แรงหนุนจากส่งออก-มาตรการรัฐ-ดอกเบี้ยขาลง ชี้หนี้สาธารณะลดครั้งแรกในรอบ 10 เดือน

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไว้ที่ 2.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากช่วงแรก ขณะที่หลายสำนักต่าง ๆ ก็ได้มีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยขึ้นเรื่อย ๆ

“ตอนนี้ตัวเลขที่อยู่ในมือออกมาดี มีแนวโน้มที่จะมีการปรับคาดการณ์ขึ้น คงต้องรอฟังตัวเลขที่เกิดความชัดเจน ก็จะมีการประกาศเรื่อย ๆ” รมช.คลังกล่าว

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจคือประเด็นด้านการส่งออก ซึ่งในช่วงแรกหลายสำนักเคยประเมินว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา (Reciprocal Tariffs) ที่ 19% แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นบวกต่อประเทศไทย โดยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง ไทยไม่ได้เสียเปรียบในด้านอัตราภาษี และยังมีข้อได้เปรียบจากสัดส่วนสินค้าที่ผลิตในไทย (Regional Value Content : RVC) ที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้โอกาสเสียภาษีนำเข้าสูงมีน้อยกว่า ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยได้เปรียบด้านราคามากกว่า และทำให้ปัจจัยลบที่เคยกังวลในช่วงแรกผ่อนคลายลงอย่างมาก

อีกปัจจัยที่ช่วยเสริมเศรษฐกิจ คือการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยหนุนสภาพคล่องและการลงทุน ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ วงเงินกว่า 157,000 ล้านบาท ซึ่งได้ถูกใช้ไปแล้วกว่า 130,000 ล้านบาท และกำลังเร่งรัดการเบิกจ่าย โดยจะส่งผลชัดเจนต่อเศรษฐกิจจริงในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และไตรมาสแรกของปีหน้า ส่วนมาตรการคงต้องรอดูสถานการณ์ต่าง ๆ แต่ถือว่าเม็ดเงินก้อนใหญ่แล้ว

“ตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้ ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ย 3% แต่ครึ่งปีหลังคาดว่าจะต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ตาม หากมองทั้งปีรวมกันมีโอกาสสูงที่จะเติบโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ 2.2% ปัจจัยหนุนหลักคือการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้การส่งออกจะชะลอบ้างในครึ่งหลัง แต่ยังถือว่าทำได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายกังวล” รมช.คลังกล่าว

ในด้านเสถียรภาพการคลัง นายเผ่าภูมิกล่าวว่าตัวเลขหนี้สาธารณะต่อจีดีพีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 64.2% และถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบราว 10 เดือน สะท้อนว่าหนี้สาธารณะโตช้ากว่าจีดีพี ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก ขณะที่ภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาลยังอยู่ที่ระดับ 9% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 10% ที่นักลงทุนและสถาบันจัดอันดับเครดิตใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาความเสี่ยงด้านเครดิต ดังนั้น จึงยังอยู่ในระดับปลอดภัย

ทั้งนี้ แม้แนวโน้มภาระดอกเบี้ยอาจปรับสูงขึ้นจากระดับดอกเบี้ยโลก แต่หากเศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ก็ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อเครดิตเรตติ้งของประเทศ เพราะหน่วยงานจัดอันดับเครดิตจะพิจารณาปัจจัยหลายมิติ ไม่ใช่เพียงสัดส่วนหนี้ต่อรายได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงศักยภาพการเติบโต ความสามารถในการชำระหนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายการคลังและการเงิน ตลอดจนโครงการพัฒนาที่เดินหน้าในประเทศ

ในส่วนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) นายเผ่าภูมิเปิดเผยว่า ตัวเลขการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ FDI ล่าสุดออกมาดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความเชื่อมั่น โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเพิ่มเติมในด้านการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้ง่ายต่อการทำธุรกิจ รวมถึงการออกสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษีให้มีความน่าสนใจมากขึ้น อีกทั้งยังมีร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการเงิน (Financial Hub) ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา วาระ 1 ในอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์

ด้านนโยบายการเงิน นายเผ่าภูมิระบุว่าปัจจุบันยังมีพื้นที่ทางนโยบาย (Monetary Policy Space) ที่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้อีก หากมีความจำเป็นต่อการสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการพิจารณาตามความเหมาะสม ขณะเดียวกัน ยังแสดงความมั่นใจว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่มีศักยภาพสูง และจะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมต่อเศรษฐกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจไทย