การยกระดับคุม “บัญชีม้า” ของทางศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ภายใต้กลไกตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีการ “อายัด” หรือที่ทางการพยายามบอกว่าเป็นแค่การ “ระงับ” บัญชีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าขายออนไลน์ หรือแม้แต่ประชาชนโดยทั่วไป จนกลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงนี้
เนื่องจากการติดต่อขอปลด “อายัด” หรือ “ระงับ” ที่ทางการเปิดทางไว้ให้ ต้องใช้เวลานาน และเต็มไปด้วยข้อติดขัดนานัปการ ร้อนจน ศปอท. นำโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ต้องเรียกประชุมด่วน เพื่อลดระดับการ “ระงับ” และเร่งกระบวนการปลดให้เร็วขึ้น
ธปท.ยอมรับมีผลกระทบวงกว้าง
นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า เหตุที่มีประชาชนถูกระงับการทำธุรกรรมจำนวนมาก มีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการ “ต่อเส้นเงิน” เพื่อจับเงินที่ถูกหลอกโอนมา เพื่อกักเงินให้อยู่ในระบบมากที่สุด เพื่อจะได้นำเงินมาคืนผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ดี เนื่องจากมิจฉาชีพมีความสามารถในการหลอกลวงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องให้เข้ามามีส่วนร่วมโดยใช้บัญชีของพวกเขา จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้สุจริตได้
โดยสถิติการถูกระงับบัญชีรายสัปดาห์ พบว่า ช่วงวันที่ 17-23 ส.ค. 2568 มียอดระงับบัญชีสูงถึง 1.4 หมื่นบัญชีต่อสัปดาห์ ภายหลังเชื่อมบัญชี e-Money และคริปโตเคอร์เรนซี แล้วทยอยปรับลดลง ล่าสุด วันที่ 7-11 ก.ย. 2568 อยู่ที่ 1 หมื่นบัญชีต่อสัปดาห์ ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปรับปลดล็อกไม่เกิน 4 ชม./รอบ
“หลังจากนี้ ธปท.และสมาคมธนาคารไทย และ ศปอท. จะกวาดบัญชีเท่าที่จำเป็น ซึ่งจะมีเงื่อนไขออกมาเพื่อไม่ให้กวาดโดนคนสุจริต โดยไม่ได้ดูที่จำนวนวงเงินน้อยหรือมาก แต่จะดูลักษณะวิธีการโอนเงินเข้า-ออก ที่ต้องสงสัย เพื่อให้การกวาดเส้นเงินทำเฉพาะบัญชีที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โดยไม่กวาดบัญชีผู้บริสุทธิ์เข้ามาตั้งแต่แรก”
ขณะเดียวกันก็ปรับแนวทางการปลดล็อกระงับบัญชีเร็วขึ้น โดยเมื่อ ธปท. ธนาคารพาณิชย์ พิจารณาแล้วว่าเป็น “บัญชีม้า” หรือ “ต้องสงสัยเป็นม้า” หากเป็นม้าดำ-ม้าน้ำตาล จะไม่ปลดล็อก แต่หากพิจารณาแล้วเป็นบัญชีปกติ โอนเงินเข้า-ออกในลักษณะร้านค้าปกติ จะไม่เก็บไว้เป็นบัญชีต้องสงสัย และปลดล็อกให้เร็วที่สุด
“ข่าวที่มีการสื่อสารออกมาว่าทางการจะตรวจสอบหากทำธุรกรรมวงเงินไม่เกิน 3,000 บาท จะไม่โดนระงับการทำธุรกรรมที่เป็นข่าวออกมานั้น ไม่ใช่ตัวเลขจริง และไม่เป็นความจริง เพราะเราไม่ได้คุยหรือมีการกำหนดวงเงินไว้ แต่เราจะดูจากพฤติกรรมการใช้ของบัญชีเป็นหลัก”
สำหรับแนวทาง คือ 1.จะลดระยะเวลาการปลดการระงับให้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอให้ถึง 3-7 วัน โดยผู้เสียหายแจ้งต่อ ศปอท. หรือศูนย์ AOC 1441 กด 2 แล้ว ศปอท.จะส่งข้อมูลให้ธนาคารพาณิชย์ทำการตรวจสอบข้อมูลของผู้ได้รับผลกระทบที่ได้รับจาก ศปอท. ไม่เกิน 2 ชั่วโมงเศษ วันละ 3 รอบ คือ 11.00, 15.00 และ 19.00 น. จากนั้น ศปอท.ประมวลผลไม่เกิน 2 ชั่วโมง (ผู้มีอำนาจในการปลดล็อก) แล้วส่งกลับธนาคารเพื่อปลดระงับธุรกรรมให้เร็วที่สุดภายใน 1 วัน หรือไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงต่อรอบ ซึ่งการปลดล็อกเป็นรอบ เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศรายชื่อบัญชีม้าของ ปปง.
เร่งสอบปลดล็อกผู้บริสุทธิ์เชิงรุก
2.เร่งปรับการแจ้งผู้ถูกระงับธุรกรรมให้มีความชัดเจน ถึงลักษณะการถูกระงับและสิ่งที่ผู้ได้รับผลกระทบนั้นต้องทำต่อ และเป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการถูกระงับ โดยจะเป็นการ “ระงับธุรกรรมชั่วคราว และวงเงินเท่าไร” ซึ่งจะไม่ได้เป็นการ “ระงับทั้งบัญชี” การสื่อสารดังกล่าว จะส่งผ่านช่องทางการติดต่อของธนาคารกับลูกค้า อาจจะเป็นการส่งข้อความ SMS หรือ Mobile Banking เป็นต้น โดยจะเริ่มภายในเดือน ก.ย.นี้ แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละธนาคาร หากธนาคารใดพร้อมก็สามารถทำได้ทันที
“ในเชิงรุก จะทำเพิ่มเติม คือ ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ แบงก์จะนำข้อมูลบัญชีที่ถูกระงับการทำธุรกรรมจากกระบวนการ ‘ต่อเส้นเงิน’ โดยยังไม่มีการแจ้งปลดล็อก นำมาตรวจสอบทั้งหมด เพื่อพิจารณาแยกผู้บริสุทธิ์ออกมา และปลดล็อกการระงับธุรกรรมให้ลูกค้าก่อนลูกค้าแจ้งปลดล็อก คาดว่าจำนวนบัญชีที่ถูกระงับจะปรับลดลงจากเดิมเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 หมื่นบัญชี”
ม้าจริงขอปลดล็อก-ป่วนฮอตไลน์
นางสาวดารณีกล่าวว่า จากการตั้งวอร์รูมการตรวจสอบการขอปลดล็อกระงับธุรกรรมผ่านศูนย์ AOC เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย. พบว่า ผู้ที่ถูกระงับบัญชี แล้วมีการติดต่อ ศปอท. และสถาบันการเงิน พบว่า มีกว่า 100 เคส แต่มีเพียง 11 เคส หรือ 10% เท่านั้นที่สามารถปลดระงับได้จริง เนื่องจากบางส่วนไม่สามารถตอบข้อมูลบัญชีได้ เช่น ไม่มีเลขที่บัญชี ไม่มีเลขบัตรประชาชน เป็นต้น
“สะท้อนว่าอาจจะเป็นบัญชีม้าตีเนียนมาขอปลดล็อกการระงับทำธุรกรรม หรือเป็นบัญชีม้าดำที่รับเงินเป็นต่อแรกจากผู้เสียหาย นอกจากนี้ ธปท.ยังพบว่า บัญชีม้าบางส่วน ได้มีการโทร.เข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441 กด 2 เป็นจำนวนมาก ทำให้ศูนย์ AOC คู่สายไม่ว่าง เพื่อให้ทางการปลดล็อกหรือทำงานได้ช้าลง และผู้บริสุทธิ์ไม่สามารถโทร.เข้ามาปลดล็อกบัญชีได้”
ไม่พบแห่ถอนเงินผิดปกติ
ส่วนกระแสการถอนเงินและร้านค้าไม่รับสแกนชำระเงินนั้น นางสาวดารณีกล่าวว่า ยังไม่พบสัญญาณธุรกรรมที่ผิดปกติในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. ซึ่งอาจจะมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่มีธุรกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผิดปกติ อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องเพียงพอ มีการบริหารจัดการเงินสด โดยได้จัดเตรียมเงินสดไว้รองรับการทำธุรกรรมของลูกค้า และบริหารสภาพคล่องเป็นปกติอยู่แล้ว
ยันต้องเดินหน้าสกัดบัญชีม้าต่อ
ส่วนกรณีที่มีการหยิบยกในโซเชียลในการถูกระงับบัญชี และไม่สามารถปลดล็อกให้ นางสาวดารณีกล่าวว่า ธปท. ขอชี้แจงว่า อาจจะต้องขอดูและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป เนื่องจากเคสบางส่วน เป็นเคสที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ซึ่งหากพบว่าเป็น “บัญชีม้า” จะถูกระงับ ทั้งบัญชี และรายชื่อบุคคลนั้น เช่น ชื่อดังกล่าวมี 5 บัญชีจะถูกระงับทั้งหมด หากตรวจสอบในถังข้อมูล CFR ว่าอยู่ในรายชื่อเป็นบัญชีม้า หรือเกิดจากมาตรการหรืออายัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงมาตรการปิดปากม้า เป็นต้น
“ต้องพิจารณารายละเอียดและสาเหตุของการถูกระงับบัญชี หรืออายัดบัญชีเป็นราย ๆ ไป ไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดจากอะไรถึงใช้เวลาในการปลดล็อกค่อนข้างช้า เพราะแต่ละรายมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ไม่สามารถกล่าวเหมารวมได้ ซึ่งเราคงไม่ได้หยุดระงับบัญชีทั้งหมด เพราะบัญชีม้า และการหลอกลวงยังคงเกิดขึ้น หากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังไม่หมดไป”
สมาคมแบงก์ยันพร้อมปฏิบัติ
นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้แทนจากสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ธนาคารสมาชิกของสมาคม ค่อนข้างพอใจและเห็นชอบด้วยกับแนวทาง ธปท.ที่ออกมา และคาดว่าทุกสถาบันการเงินจะสามารถทำได้ เช่น การปลดล็อกการระงับธุรกรรมภายใน 3-4 ชั่วโมงต่อรอบ หรืออย่างช้าไม่เกิน 1 วัน (กรณีแจ้งปลดล็อกก่อนเวลา 1 ทุ่ม)
ขณะที่การปรับการตรวจสอบ “การต่อเส้นเงิน” เพื่อให้ถูกตัวมากที่สุด โดยจะปรับระบบหลังบ้าน เพื่อให้การคัดแยกบัญชี “การต่อเส้นเงิน” ถูกตัวบัญชีม้ามากที่สุด
“นอกจากนี้ จะมีการหยิบบัญชีที่ถูกระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดที่อยู่ในถังข้อมูลกลางการทุจริต (CFR) มาพิจารณาในการปลดล็อก หากบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่สุจริต โดยลูกค้า-เจ้าของบัญชียังไม่ต้องแจ้งปลดล็อก คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้”