เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาททรงตัว จับตาประชุมเฟดคืนนี้

17 ก.ย. 2568 | 18:10น.
ค่าเงินบาท ธนบัตร แบงก์

ค่าเงินบาท ธนบัตร แบงก์

ค่าเงินบาททรงตัว จับตาประชุมเฟดคืนนี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 96.0% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% และบางส่วนคาดหวังว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/09) ที่ระดับ 31.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/09) ที่ระดับ 31.68/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดย Dollar Index เปิดเช้านี้ (17/09) ที่ระดับ 96.62 ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ แม้ยอดค้าปลีกของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือน ส.ค. แต่ไม่ได้ทำให้นักลงทุนเปลี่ยนแปลงความคาดหวังในการปรัลลดอัตราดอกเบี้ยมากนัก

ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 96.0% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% และบางส่วนคาดหวังว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด หลังเสร็จสิ้นการประชุม และรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟดเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

สำหรับตัวเลขที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ของสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากเพิ่มชึ้น 0.6% ในเดือน ก.ค. และสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านทรงตัวที่ระดับ 32 ในเดือน ก.ย.ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 33

โดยดัชนีความเเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้เฟดได้เปิดเผยว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 0.4% ในเดืนอ ก.ค.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (17/09) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ส.ค. 2568 อยู่ที่ระดับ 86.4 ปรับตัวลดลงจากระดับ 86.6 ในเดือน ก.ค. 2568 ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง จากผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเบิกจ่ายงบฯลงทุนในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 ที่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย, ความไม่ชัดเจนของอัตราภาษีสหรัฐ ในประเด็น Regional Value Content (RVC) และรายการสินค้าที่จะเปิดตลาดให้สหรัฐ, ผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาขาดแคลนแรงงานในระยะสั้น หลังจากแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ และเงินบาทแข็งค่า

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.70-31.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/09) ที่ระดับ 1.1854/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/09) ที่ระดับ 1.1810/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (17/09) สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (Eurostat) เปิดเผยข้อมูลว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 2.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการณ์และเดือนก่อนหน้าที่ 2.1%

ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนสูง และเป็นตัวเลขที่ตลาดให้ความสำคัญเป็นพิเศษ อยู่ที่ 2.3% ตรงกับตัวเลขประมาณการณ์และเดือนก่อนหน้าที่ 2.3% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1872-1.1838 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1842/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/09) ที่ระดับ 146.54/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/09) ที่ระดับ 146.99/00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (17/09) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานในเบื้องต้นว่า ยอดส่งออกจากญี่ปุ่นไปยังสหรับ ร่วงลง 13.8% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 1.39 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน เนื่องจากมูลค่าการส่งออกรถยนต์ลดลงหลังถูกสหรัฐรีดภาษีนำเข้า

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐ ดิ่งลงถึง 50.5% แตะระดับ 3.24 แสนล้านเยน โดยได้รับแรงกดดันจากยอดส่งออกรถยนต์ที่ร่วงลง 28.4% ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 11.6% สู่ระดับ 1.06 ล้านล้านเยน ซึ่งก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากเดิม 2.5% เป็น 27.5% เมื่อเทียบ เม.ย. ต่อมาในเดือน ก.ค. ญี่ปุ่นและสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงลดภาษีนำเข้ารถยนต์ลงเหลือ 15% ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวานนี้ (16/09)

ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.68-146.22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 146.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของเฟด (16-17/09), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (17/09), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ส.ค.ของสหรัฐ (17/09), ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือน ก.ค.ของญี่ปุ่น (18/09), ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (18/09), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (18/09),

ดัชนีการผลิตเดือน ก.ย.จากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (18/09), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ส.ค.จาก Conference Board ของสหรัฐ (18/09), ธนาคารกลาญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (18/19/09), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ของอังกฤษ (19/09), ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. ของอังกฤษ (19/09), อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค.ของญี่ปุ่น (19/09) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ส.ค.ของเยอรมนี (19/09)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.45/-7.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.5/-5.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ