คอลัมน์ : เล่าให้รู้กับ ก.ล.ต. ผู้เขียน : อาชินี ปัทมะสุคนธ์ สำนักงาน ก.ล.ต.
ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือดในปัจจุบัน ไม่ต่างจากในซีรีส์สงคราม “ส่งด่วน” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงซึ่งเป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมา บริษัทผู้ประกอบการรายเล็ก ไม่ว่าจะ SMEs หรือ Startup จึงจำเป็นต้องมีจุดแข็งและเครื่องมือที่เหมาะสมในการต่อสู้กับความท้าทายรอบด้าน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเป็นผู้ชนะได้ในระยะยาว อย่างไรก็ดี ในการแข่งขันนี้ คุณไม่ได้สู้เพียงลำพัง
สำหรับ ก.ล.ต. นอกจากบทบาทในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนแล้ว ภารกิจสำคัญคือการสนับสนุน SMEs และ Startup ให้สามารถเข้าถึงตลาดทุนและระดมทุนอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ระดับการคุ้มครองผู้ลงทุนที่เหมาะสม
ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้ออกแบบเครื่องมือและพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุน เพื่อให้บริษัทขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดย SMEs และ Startup สามารถเลือกใช้เครื่องมือได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละบริษัท โดยพิจารณาจากทางเลือกเหล่านี้ได้
(1) การระดมทุนด้วยวิธีคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) เป็นช่องทางสำหรับ SMEs หรือ Startup ที่เป็นบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนใน SET หรือ mai ให้สามารถเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต และไม่ต้องยื่นเอกสาร Filing ต่อ ก.ล.ต. แต่ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอและ
เสนอขายผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของ Funding Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ทำหน้าที่คัดกรอง SMEs หรือ Startup และแบ่งแยกประเภทสมาชิกผู้ลงทุน ทั้งนี้ การเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายย่อย (Retail Investor) แต่ละรายต้องไม่เกิน 1 แสนบาท และรวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาท นับแต่วันที่เสนอขายครั้งแรก
(นับรวมหุ้นและหุ้นกู้) ส่วนกรณีที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ไม่ได้จำกัดมูลค่าเสนอขาย
(2) การเสนอขายหลักทรัพย์แบบเฉพาะเจาะจง (PP-SME) ถือเป็นทางเลือกในการระดมทุนสำหรับบริษัท SMEs หรือ Startup รวมถึงวิสาหกิจขนาดใหญ่ด้วย ซึ่งบริษัทสามารถออกหุ้นหรือหุ้นกู้แปลงสภาพ เพื่อระดมทุนเงินจากผู้ลงทุนในวงจำกัด (ได้แก่ ผู้ลงทุนสถาบัน ซึ่งรวมถึงผู้ลงทุนประเภทกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity) นิติบุคคลร่วมลงทุน (Venture Capital) หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ (Angel Investor) ที่สนใจในโมเดลธุรกิจของบริษัท กรรมการหรือพนักงานของบริษัท และผู้ลงทุนรายบุคคลไม่เกิน 10 ราย) ที่ไม่ได้เสนอขายแก่สาธารณชน ไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตหรือแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อ ก.ล.ต.
(3) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (PO-SME) ใน Live Exchange สำหรับบริษัท SMEs หรือ Startup ที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทมหาชนจำกัด สามารถออกเสนอขายหุ้นให้กับผู้ลงทุนตามที่กำหนด (ไม่รวมถึงประชาชนทั่วไป) ได้แก่ ผู้ลงทุนสถาบัน ซึ่งรวมถึงผู้ลงทุนประเภทกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity) นิติบุคคลร่วมลงทุน (Venture Capital) และผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ (Angel Investor) ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ
โดยไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตต่อ ก.ล.ต. แต่ยังคงต้องยื่นแบบ Filing ต่อ ก.ล.ต. การเปิดเผยในแบบ Filing จะมีลักษณะที่ผ่อนปรนกว่ากรณีการเสนอขายหุ้น PO ทางเลือกนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสนับสนุนการเติบโตระยะยาว และวางเส้นทางไปสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai/SET ในอนาคตค่ะ
แนวโน้มการระดมทุนในภาคธุรกิจขนาดเล็ก จากข้อมูลล่าสุดของ ก.ล.ต. พบว่ามีบริษัทขนาดเล็กจำนวนมากที่สามารถระดมทุนได้สำเร็จด้วยเครื่องมือตามที่กล่าวมาข้างต้น โดยมูลค่าการระดมทุนรวมตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปี 2568 (ณ ส.ค. 68) อยู่ที่ 17,376 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมของตลาดทุนไทยในการสนับสนุน SMEs และ Start up ที่เป็นรูปธรรม
ปัจจุบันธุรกิจที่ระดมทุนผ่านเครื่องมือเหล่านี้มีหลากหลายประเภทด้วยกัน เช่น Trading, การก่อสร้าง, ให้บริการด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ และธุรกิจพลังงานทางเลือก
สุดท้าย ผู้เขียนขอย้ำว่า ก.ล.ต.ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะกับบริษัทขนาดใหญ่ เพราะในสมรภูมิทางธุรกิจนั้น “ขนาด” ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จเสมอไป การมีเครื่องมือที่เหมาะสมและการดำเนินการที่ต่อเนื่องจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดย ก.ล.ต.พร้อมทำหน้าที่เป็นกำลังสำคัญและสนับสนุนให้ SMEs และ Startup ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจค่ะ