ย้อนรอย All Time High สินทรัพย์โลก : จากทอง-คริปโต ถึงตลาดหุ้น สะท้อนอะไร ?
บิตคอยน์
ย้อนรอยสถิติ ALL Time High สะท้อนอะไรบ้างจากประวัติศาสตร์ เหตุการณ์บนโลก หลังปี 2568 ราคาทองและคริปโตเคอร์เรนซีพุ่งไม่หยุด
ปีนี้ทั้งปีโลกการเงินยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและสถิติใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายทั้งในตลาดหุ้น ทองคำ และคริปโทเคอร์เรนซี คือ “All Time High” ที่หมายถึง ระดับราคาหรือมูลค่าที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่สินทรัพย์นั้นเริ่มมีการซื้อขายหรือบันทึกข้อมูลทางสถิติ เป็นจุดที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงเวลานั้น และมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของ “ขาขึ้น” หรือจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด
ทอง-คริปโตฯ พุ่งไม่หยุด
3 กันยายน 2568 ราคาทองทำ All Time High แตะระดับ 3,547 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากการที่นักลงทุนกังวลพิษภาษีทรัมป์ โดยดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่า 25% สู่ระดับ 19.26 (ดัชนี VIX อยู่ใกล้ระดับ 20 ซึ่งบ่งชี้ถึงความวิตกของนักลงทุน และความผันผวนในตลาด)
19 กันยายน 2568 มูลค่ารวมของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี (Total Market Capitalization) พุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 4.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่เฟดประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อ คืนวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา มีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์ ดันมูลค่ารวมแตะระดับที่ 4.12 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูล : Coin Market Cap)
ย้อนประวัติศาสตร์ ATH
ต่อไปนี้ คือ ราคาสินทรัพย์หลายประเภทในประวัติศาสตร์ที่สะท้อนทั้งวิกฤตและโอกาสการลงทุนที่สำคัญ
ก่อนหน้าวิกฤตซับไพรม์ในปี 2006-2007 ราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐทำสถิติสูงสุดจากนโยบายปล่อยสินเชื่อบ้านง่ายเกินไป (subprime mortgage) เมื่อฟองสบู่แตกในปี 2008 ส่งผลให้เกิดวิกฤตการเงินโลก ธนาคารขนาดใหญ่ล้มละลาย สั่นสะเทือนเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
ปี 2008 ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับสูงสุดกว่า 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและการเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยทะลุ 40 บาทต่อลิตร เพิ่มต้นทุนขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมกระตุ้นให้หลายประเทศเริ่มพัฒนา “พลังงานทางเลือก” และรถยนต์ไฟฟ้า
ในปี 2011 ราคาทองคำโลกพุ่งสูงสุดที่ 1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวิกฤตหนี้ยุโรปและความไม่แน่นอนของสหรัฐฯ หลังปรับลดเครดิตเรตติ้ง นักลงทุนหันไปถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองในไทยทะลุ 27,000 บาทต่อบาททองคำครั้งแรก เกิดภาวะ “ดีมานด์ล้น–ของขาด” ชั่วคราว
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐในปี 2021 ดัชนี S&P 500 และ NASDAQ ทำจุดสูงสุดต่อเนื่อง จากการอัดฉีดสภาพคล่องด้วยมาตรการ QE และดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ช่วงหลังโควิด ส่งผลให้เกิด “ฟองสบู่หุ้นเทคโนโลยี” นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเข้าตลาด ราคาหุ้นหลายตัวขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน ก่อนจะปรับฐานแรงในปี 2022
ในปีเดียวกัน Bitcoin แตะ All Time High ที่ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขับเคลื่อนโดยกระแสลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและการยอมรับจากบริษัทใหญ่ เช่น Tesla และ PayPal นักลงทุนหน้าใหม่ทั่วโลกเข้าลงทุนคริปโทฯ ทำให้เกิดกระแส “ลงทุนทางเลือก” ในไทยอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามราคาปรับฐานลงกว่า 70% ในปีถัดมา ทำให้หลายคนขาดทุนและตระหนักถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์ใหม่
กระแส All Time High ที่เกิดขึ้นในหลายมิติ ไม่ได้สะท้อนเพียงความร้อนแรงของตลาดการเงิน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง
ที่มา capecodfive, Forbes, piie และ aier