Skip to content

“อินโนเวสท์ เอกซ์” ชี้สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก 100% ฉุดเศรษฐกิจไทยปี’69 หดเหลือ 1.2%

14 ต.ค. 2568 | 16:20น.
“อินโนเวสท์ เอกซ์” ชี้สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก 100% ฉุดเศรษฐกิจไทยปี’69 หดเหลือ 1.2%

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินมาตรการสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนอีก 100% กระทบจีดีพีไทยปี 2569 เหลือโตเพียง 1.2% แต่ผลต่อตลาดหุ้นจำกัด คาด SET อ่อนราว 20 จุด พร้อมแนะใช้จังหวะย่อตลาดเก็งกำไรหุ้นนิคม-คลังสินค้า และสะสมหุ้นมีรายได้ในประเทศ-กลุ่ม REIT-ดอกเบี้ยขาลง พร้อมเตือนหลีกเลี่ยงหุ้นปิโตรฯ อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ ที่เสี่ยงถูกสินค้าจีนแย่งตลาด

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐและจีนจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มอีก 100% ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ทำให้อัตราภาษีรวมแตะ 130% โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการค้าโลกและปัญหา Transshipment ซึ่งอาจทำให้สินค้าจีนที่ผ่านไทยถูกตรวจเข้มขึ้น โดย GDP ไทยปี 2568 คาดยังคงขยายตัว 1.8% และมีโอกาสแตะ 2% หากมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” หนุนได้ผลเต็มที่ แต่ในปี 2569 เศรษฐกิจอาจชะลอลงเหลือ 1.2% จากคาดเดิมที่ 1.4%

ด้านผลกระทบต่อ SET Index จากจิตวิทยาเชิงลบไม่มาก แม้ตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับลงแรง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขายทำกำไร จาก Valuation ตึงตัว ส่วนไทยติดลบ YTD โดยคาดผลกระทบต่อตลาดระยะสั้นราว 20 จุด หรือมีแนวรับทางเทคนิคที่ระดับ 1,270/1,230 จุด หากตลาดปรับตัวลงมามากกว่าระดับดังกล่าว ประเมินว่าเป็นโอกาสเก็งกำไรกลุ่มที่คาดได้ประโยน์จากการไหลเข้าของสินค้าจีนในช่วงสั้น WHA FTREIT, กลุ่มนิคมในระยะกลาง WHA, AMATA และเป็นโอกาสสะสมกลุ่มที่มีรายได้ภายในประเทศ รวมถึงหุ้นกลุ่ม REIT ได้แก่ CPALL, BJC, DIF, LHHOTEL และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง แนะนำ GPSC, TRUE, AP

ทั้งนี้ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสหรัฐขึ้นภาษี แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. กลุ่มที่ได้รับผลบวก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA, FTREIT, AMATA) คาดได้อานิสงส์จากสินค้าส่งออกจากจีนที่ทะลักเข้ามาที่ไทยในแง่ของการจัดเก็บในโกดังระยะสั้น หนุนรายได้ค่าเช่า-คลังสินค้า โดยเฉพาะ WHA และ FTREIT ส่วน AMATA อาจได้เพิ่มในระยะกลางจากฐานการผลิตใหม่ในไทย

2. กลุ่มที่ได้รับผลลบจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ได้แก่
– กลุ่มปิโตรเคมี (IVL, PTTGC) สินค้าจากจีนไม่สามารถส่งเข้าไปสหรัฐ จะเข้ามาแข่งขันในตลาดเอเชียมากขึ้น ขณะที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า
– กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DRLTA, HANA, KCE) คาดว่าจะมีสินค้าที่ผลิตเหมือนหรือใกล้เคียงกับไทย หรือในลักษณะวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปทะลักมาจากจีน เพื่อติดฉลากใหม่และส่งออกต่อไปสหรัฐ
– กลุ่มยานยนต์ (AH, SAT, STANLY) ได้รับผลกระทบจากการระบายสินค้าในตลาดอื่นที่ไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐได้ รวมถึงไทย

3. กลุ่มบริการ-การบริโภคที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ ได้แก่
– กลุ่มธนาคาร (KBANK, KTB, BAY, TTB) คุณภาพสินเชื่อ SMEs อาจแย่ลงจากการส่งออกชะลอ แต่ BBL ได้แรงหนุนจากโอกาสการย้ายฐานการผลิตมาอาเซียน
– กลุ่มสินเชื่อรายย่อย (MTC, TIDLOR) ความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์เพิ่มขึ้น จากผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยอ้อม
– กลุ่มท่องเที่ยว (AAV, AOT, CENTEL, MINT) และการแพทย์ (BCH, BDMS, BH) ชะลอตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่กดดันการเดินทางและผู้ป่วยต่างชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

InnovestX ภาษีทรัมป์ หุ้นไทย