รัฐบาลจัดทันทีคนละครึ่งพลัสเฟส 2 หลังเฟสแรกหมดภายใน 10 ชั่วโมง คลังคาดเริ่มได้เดือนมกราคม 2569 ให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันเท่านั้น คาดใช้งบฯเท่าเดิม 4.4 หมื่นล้านบาท สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมั่นใจช่วยดันยอดขายค้าปลีกรวมโตเกิน 10% ส่วนเฟส 2 อยากให้ร้านทุกขนาดเข้าร่วมได้ พร้อมเสนอ “ช้อปดีมีคืน” กลับมาใช้อีกใน 2 เดือนสุดท้าย เพื่อกระตุ้นเพิ่มขึ้น ด้านฟู้ดดีลิเวอรี่ ทุกเจ้าแข่งเดือดอัดแคมเปญทั้งลด-แถม จูงใจร้านและลูกค้าเข้าร่วม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการลงทะเบียน-ยืนยันตัวตน “คนละครึ่งพลัส” จนครบจำนวน 20 ล้านสิทธิภายใน 10 ชั่วโมงแรกว่า คนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนซื้อของ 200 บาท จ่ายเพียง 100 บาท ในระยะเวลา 2 เดือน พร้อมยืนยันว่าโครงการเฟสแรกจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ก่อนพิจารณาขยายผลสู่เฟสต่อไป
“ขอดำเนินการเฟสแรกให้เรียบร้อยก่อน เชื่อว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลสิ้นปี ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เตรียมเฟสสองไว้แล้ว ซึ่งเดี๋ยวค่อยว่ากัน ยืนยันว่าอะไรที่เป็นประโยชน์เราทําให้หมด”
คลังเตรียมเฟส 2 แล้ว
นายเอกนิติกล่าวว่า เตรียมแนวทางของโครงการเฟส 2 ไว้แล้ว แต่ต้องรอประเมินผลของเฟสแรกในช่วงเดือนธันวาคมก่อน หากได้รับผลตอบรับดีและประชาชนสนใจมาก จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีเดินหน้าโครงการทันที
ส่วนนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ยืนยันความพร้อมของระบบรองรับเฟส 2 ว่า ให้ธนาคารกรุงไทยทำอะไร เราก็ทำได้ ระบบพร้อมอยู่แล้ว เหลือเพียงนโยบายจากรัฐบาล
คาดใช้งบฯเท่าเฟสแรก
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนเริ่มดำเนินโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ในเดือนมกราคม 2569 ใช้วงเงินเท่ากับเฟสแรก คือ 44,000 ล้านบาท โดยใช้งบฯกลางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 พร้อมชูจุดเด่น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.ผู้ขาย ต้องผ่านการอบรม อัพสกิล/รีสกิล ผ่านหลักสูตรในแอป “ถุงเงิน” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาทักษะทางธุรกิจ 2.ประชาชนทั่วไป จะเปิดให้เฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิในเฟส 1 เข้าร่วม ถือเป็นการ “ขยายสิทธิ”ให้เข้าถึงได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ระบุเพิ่มเติมว่า หากมีการยุบสภาก่อนเริ่มดำเนินโครงการเฟส 2 จำเป็นต้องสอบถามและรอการพิจารณาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน
ส.ค้าปลีกชี้ดันยอดกว่า 10%
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้อย่างตรงจุด และช่วยให้ GDP ไทยขยายตัวได้ราว 0.21-0.22% เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการ ตามการประเมินของกระทรวงการคลัง
มาตรการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงปลายปี และกระตุ้นยอดขายของภาคค้าปลีก โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอีในระดับชุมชน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้ฟื้นตัว
“คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเพิ่มยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 10% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและร้านค้าในต่างจังหวัด เมื่อเทียบกับช่วงที่ไม่มีมาตรการ”
ชงเฟส 2 ให้ร้านทุกขนาดร่วมได้
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก ซึ่งสมาคมจัดทำร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (ตุลาคม-ธันวาคม 2568) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกมีแนวโน้มปรับตัวสูงสุดของปี ทำสถิติ New High ในรอบ 12 เดือน จาก 52.4 จุด มาอยู่ที่ 63.8 สะท้อนถึงความมั่นใจและความหวังของผู้ประกอบการต่อรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงปัจจัยหนุนสำคัญทั้งการเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”
นายณัฐกล่าวต่อว่า ในเฟสถัดไปของโครงการ “คนละครึ่ง” ภาครัฐควรพิจารณาเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านค้าทุกขนาดสามารถเข้าร่วมได้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเลือกซื้อสินค้าอย่างทั่วถึง และเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
เสนอทำเพิ่ม “ช้อปดีมีคืน”
นอกจากนี้ สมาคมขอเสนอให้ภาครัฐพิจารณาเดินหน้าโครงการ “Easy e-Receipt” หรือ “ช้อปดีมีคืน” อีกครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในช่วงไฮซีซั่น โดยเสนอให้ปรับเงื่อนไขการเข้าร่วมให้สะดวกขึ้น และครอบคลุมสินค้าทุกประเภทภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านบาท
“สิ่งที่ต้องจับตาคือ หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นระยะสั้น กำลังซื้อของประชาชนจะสามารถต่อเนื่องได้หรือไม่ เพราะแม้มาตรการภาครัฐช่วยสร้างแรงหนุนให้เศรษฐกิจในช่วงสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานอย่างรายได้และหนี้ครัวเรือนยังเป็นความท้าทายที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้กำลังซื้อฟื้นตัวอย่างยั่งยืน”
ฟู้ดดีลิเวอรี่แข่งเดือด
สำหรับคนละครึ่งพลัสการสั่งอาหารออนไลน์จะเริ่มวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 โดยกลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์ หรือ”ฟู้ดดีลิเวอรี่” ต่างเริ่มจัดแคมเปญผ่านสิทธิประโยชน์จูงใจหลายอย่าง ในการชิงร้านอาหารที่น่าสนใจให้มาร่วม และดึงลูกค้ามาสั่งอาหารได้ แพลตฟอร์มต่าง ๆ เริ่มโฆษณาโปรโมตบนเฟซบุ๊ก เพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการร้านอาหารมาลงทะเบียนเปิดร้านกับตนเองอย่างต่อเนื่อง
“แกร็บ” (Grab) จัดแคมเปญ “GrabFood X คนละครึ่งพลัส ดันยอดโตสูงสุด 9 เด้ง” ประกอบด้วย ลดค่าคอมมิชชั่น (GP) ร้านที่สมัครวันที่ 3 พ.ย. 2568 เหลือเพียง 7% โดยร้านที่สมัครตั้งแต่ 4 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป คิด 9%
“แกร็บ” ให้ส่วนลดร้าน-ลูกค้า
แคมเปญดันยอดขายร้านเล็ก อัดแคมเปญ “แกร็บช่วยลด” แจกโค้ดส่วนลดให้ร้านค้าสูงสุด 10,000 บาท ร้านเล็กค่าส่งถูก ส่งฟรีทุกออร์เดอร์แบบ SAVER ระยะทางไม่เกิน 5 กม. สำหรับร้านที่สมัครระหว่าง 3-5 พ.ย. 2568 เข้าร่วมฟรีสูงสุด 30 วัน สินเชื่อเงินสดทันใจ วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท รับดอกเบี้ยคืนสูงสุด 300 บาท
ด้านส่วนลดลูกค้า ลูกค้าได้รับส่วนลดรวมสูงสุด 2,400 บาทต่อคน เพื่อกระตุ้นยอดสั่งซ้ำ ยกเว้นค่าคอมมิชชั่น 0% สำหรับ Grab Dine Out นาน 30 วัน สำหรับร้านใหม่ทุกแห่ง ของฟรีและสิทธิพิเศษเพิ่มเติม พร้อมแจกสื่อและอุปกรณ์ตกแต่งร้าน ฟรี สำหรับ 10,000 ร้านแรก แจกเครดิตโฆษณา GrabAds 400 บาท เพื่อโปรโมตร้าน มอบส่วนลด 50% ค่าบริการระบบ SilomPOS นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 14,950 บาท
“ไลน์แมน” หั่นค่าคอม-ลด GP
“ไลน์แมน” (LINE MAN) ทำโปรโมชั่น ลดค่าธรรมเนียม (GP) เป็นกรณีพิเศษ สำหรับออร์เดอร์จากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” คูปองส่วนลดสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชั่น มูลค่า 3,000 บาท Ads Credit เพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชั่น สูงสุด 1,000 บาท ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร ทำสื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้ ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท และกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
“ช้อปปี้ ฟู้ด”-“โรบินฮู้ด” ร่วมด้วย
ส่วน ช้อปปี้ ฟู้ด (ShopeeFood) ประกาศแคมเปญใหญ่ที่สุดแห่งปีสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม 9 ข้อ ตั้งแต่เปอร์เซ็นต์ GP พิเศษทุกออร์เดอร์คนละครึ่ง, คูปองลดสูงสุด 50%, โปรโมตบนสื่อในแอป มูลค่ารวมกว่า 60 ล้านบาท, สื่อเรียกลูกค้าหน้าร้านฟรี, ส่วนลดเครื่อง Ocha POS พร้อมซอฟต์แวร์ 6 เดือนฟรี, โปรโมตบนโซเชียลมีเดีย, โปรโมตผ่านรายการทีวี, คูปองส่วนลดค่าส่งฟรี และเครดิตโฆษณา
ขณะที่ “โรบินฮู้ด” (Robinhood) มาพร้อมแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส อึ้งไปเลย” ชูสิทธิพิเศษความคุ้ม 5 ต่อ และ GP (Gross Profit) หรือส่วนแบ่งการขายในอัตราพิเศษ