เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายตลาดทุน เร่งยุติคดีภายใน 1 ปี

23 ต.ค. 2568 | 16:19น.

ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแผน “ปฏิรูปกฎหมายตลาดทุน” ครั้งใหญ่ เตรียมลดเวลาจัดการคดีเหลือไม่เกิน 1 ปี เสริมอำนาจ ก.ล.ต.-ปปง. ดำเนินคดีเชิงรุก เปิดทางผู้เสียหายฟ้องร้องได้เอง พร้อมดึงสื่อร่วมตรวจสอบในบทบาท “Watchdog” เฝ้าระวังตลาดทุน

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในโครงการอบรมความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนไทยประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมว่า ปัญหาความล่าช้าในการจัดการคดีในตลาดทุนถือเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง หากตลาดทุนไทยสามารถสร้างกระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม จะเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศและนักลงทุนทั่วโลก

โดยที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ส่งผลให้กระบวนการดำเนินคดีเร็วขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมที่ใช้เวลายาวนานถึง 5-9 ปี เหลือเพียง 1-3 ปี โดยมีเป้าหมายต่อไปคือ “ต้องจบภายใน 12 เดือน”

ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงเร่งปฏิรูปกฎหมายตลาดทุนครั้งใหญ่ หรือ “กิโยตินกฎหมายตลาดทุน” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดระยะเวลาการดำเนินคดี เพิ่มประสิทธิภาพในการลงโทษผู้กระทำผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเสริมอำนาจในการดำเนินการเชิงรุก ทั้งในด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงพิจารณาให้สิทธิผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องโดยตรงได้เช่นเดียวกับที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์กล่าวว่า ทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้ขอแก้กฎกระทรวงเพื่อเสริมอำนาจในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจในการฟ้องร้องเอง โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ก.ล.ต., กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงาน ปปง. และศาลยุติธรรม จัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหาร เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในกระบวนการจัดการคดีตลาดทุน

แผนปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากรัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังพร้อมให้การสนับสนุนในการปลดล็อกกฎเกณฑ์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นว่าจะช่วยปลดล็อกข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการปฏิบัติจริง

ในปี 2569 ตลาดหลักทรัพย์ฯเตรียมแก้ไขเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับผู้สอบบัญชี โดยกำหนดให้ผู้สอบบัญชีภายนอกต้องแจ้งความผิดปกติในงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ฯโดยตรง หากละเลยการแจ้งจะถือว่ามีความผิด เพื่อให้ตลาดทุนสามารถรู้เท่าทันความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯยังเสนอแนวทางปรับปรุงโครงสร้างภาษีและมาตรการส่งเสริมการออม โดยเฉพาะโครงการออมระยะยาว (Thailand Individual Investment Account : TISA) ที่คาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งได้รับความเห็นชอบในหลักการจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของสื่อมวลชนในฐานะ “Watchdog” ที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและรายงานคดีสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยสื่อมวลชนควรทำข่าวเชิงลึก เพื่อให้สังคมเข้าใจระบบยุติธรรมตลาดทุนอย่างโปร่งใส ชัดเจน และต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข่าวเท็จ ซึ่งต้องกล้าตั้งคำถามกับหน่วยงานรัฐ เพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ