BAM เปิด ‘รหัสหนี้ใหม่ 054’ ปลุกลูกหนี้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ตั้งเป้าระบายทรัพย์แตะ 2,000 ชิ้น
BAM เดินหน้ากู้วิกฤตหนี้ท่วมระบบ เปิดยุทธศาสตร์ “รหัสหนี้ใหม่ 054” พลิก NPL เป็น RPL สร้างโอกาสให้ลูกหนี้กลับมาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พร้อมเร่งระบายทรัพย์ผ่านโมเดลใหม่ ตั้งเป้าปีนี้ขายได้แตะ 2,000 ชิ้น
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยในงาน “BAM SYMPOSIUM : New Era of AMC 2025 ครั้งที่ 1” ภายใต้หัวข้อเสวนา “ผนึกกำลังขุนพล AMC กู้วิกฤตหนี้ท่วมระบบ” ว่าปัจจุบันในมวลหนี้ที่ตกอยู่ในกลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) มีมูลค่าหนี้คงค้าง (Outstanding) รวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยอยู่ที่ BAM ประมาณ 4.9 แสนล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งระบบ
ดร.รักษ์กล่าวว่า หนี้ที่อยู่ในมือ AMC มาพร้อมกับทรัพย์ ซึ่งถือเป็นสมการตั้งต้นในการบริหารจัดการ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถระบายทรัพย์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ BAM และกลุ่ม AMC ได้ร่วมกันพัฒนาแนวคิด “รหัสหนี้ใหม่ 054” เพื่อระบุว่ามีการ Recap หนี้ที่เป็น NPLs (Nonperforming Loans) ไปเป็น RPLs (Reperforming Loans) แล้ว
“รหัส 054 เป็นเหมือนรหัสแห่งโอกาสใหม่ของลูกหนี้ เพราะแม้พวกเขาอาจไม่ใช่ลูกค้าของสถาบันการเงินเดิม แต่เมื่อสามารถกลับมามีศักยภาพได้อีกครั้ง ก็จะได้รับการพิจารณาจากสถาบันการเงินใหม่ในการปล่อยสินเชื่ออย่างปลอดภัย เป็นการช่วยให้คนที่ล้มสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งอย่างยั่งยืน หากระบบการเงินไม่เปิดโอกาสให้คนที่เคยล้มได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ ลูกหนี้กลุ่มนี้จะต้องพึ่งพาเงินส่วนตัวหรือเงินนอกระบบ ซึ่งไม่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจในระยะยาว” ดร.รักษ์กล่าว
สำหรับแนวทางบริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) ของ BAM ดร.รักษ์กล่าวว่า บริษัทได้ใช้รูปแบบการทำงานที่เรียกว่า “TDR Factory” (Troubled Debt Restructuring Factory) โดยจัดระบบสายพานการทำงานตามความถนัดของแต่ละประเภทหนี้ เช่น หนี้ที่อยู่อาศัย (Housing Loan) จะมีสายพานเฉพาะด้านที่เชี่ยวชาญเรื่องอสังหาริมทรัพย์ และหนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ก็จะมีสายพานเฉพาะด้าน SMEs แนวทางนี้ช่วยให้กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลูกหนี้ได้รับการช่วยเหลือที่ตรงจุด
ส่วนในด้านการบริหารทรัพย์สินรอการขาย (Nonperforming Asset : NPA) ซึ่งปัจจุบัน BAM มีอยู่ประมาณ เกือบ 30,000 ชิ้น ดร.รักษ์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา BAM สามารถระบายทรัพย์ออกสู่ตลาดได้เพียง ไม่ถึง 1,000 ชิ้นต่อปี ซึ่งหากดำเนินการในอัตรานี้จะต้องใช้เวลาถึง 30 ปี กว่าจะระบายทรัพย์หมด จึงได้พัฒนากลยุทธ์ใหม่ในการเร่งการจำหน่ายทรัพย์ผ่าน Partnership Model
ทรัพย์มูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาร่วมพัฒนา ผ่านโมเดล “6×6” โดย 6 เดือนแรก ให้ผู้สนใจนำทรัพย์ของ BAM ไปพัฒนาโดยไม่คิดต้นทุน ส่วน 6 เดือนหลัง จะคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำ เพื่อเร่งการขาย หากสามารถขายได้ จะโอนกรรมสิทธิ์ต่อให้ผู้พัฒนาโดยตรง
นอกจากนี้ ทรัพย์มูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท BAM ร่วมมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) เพื่อบริหารและเร่งระบายทรัพย์ในกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
“จากการใช้กลยุทธ์ใหม่ เราคาดว่าปีนี้ BAM จะสามารถระบายทรัพย์ออกได้ เกิน 1,000 ชิ้น และถึง 2,000 ชิ้น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนหนี้เสียให้กลายเป็นทรัพย์ดี และสร้างจุดเริ่มต้นใหม่ให้ลูกหนี้ได้อีกครั้ง” ดร.รักษ์กล่าว