เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

BAM เปิด ‘รหัสหนี้ใหม่ 054’ ปลุกลูกหนี้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ตั้งเป้าระบายทรัพย์แตะ 2,000 ชิ้น

28 ต.ค. 2568 | 14:26น.

BAM เดินหน้ากู้วิกฤตหนี้ท่วมระบบ เปิดยุทธศาสตร์ “รหัสหนี้ใหม่ 054” พลิก NPL เป็น RPL สร้างโอกาสให้ลูกหนี้กลับมาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พร้อมเร่งระบายทรัพย์ผ่านโมเดลใหม่ ตั้งเป้าปีนี้ขายได้แตะ 2,000 ชิ้น

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยในงาน “BAM SYMPOSIUM : New Era of AMC 2025 ครั้งที่ 1” ภายใต้หัวข้อเสวนา “ผนึกกำลังขุนพล AMC กู้วิกฤตหนี้ท่วมระบบ” ว่าปัจจุบันในมวลหนี้ที่ตกอยู่ในกลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) มีมูลค่าหนี้คงค้าง (Outstanding) รวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยอยู่ที่ BAM ประมาณ 4.9 แสนล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งระบบ

ดร.รักษ์กล่าวว่า หนี้ที่อยู่ในมือ AMC มาพร้อมกับทรัพย์ ซึ่งถือเป็นสมการตั้งต้นในการบริหารจัดการ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถระบายทรัพย์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ BAM และกลุ่ม AMC ได้ร่วมกันพัฒนาแนวคิด “รหัสหนี้ใหม่ 054” เพื่อระบุว่ามีการ Recap หนี้ที่เป็น NPLs (Nonperforming Loans) ไปเป็น RPLs (Reperforming Loans) แล้ว

“รหัส 054 เป็นเหมือนรหัสแห่งโอกาสใหม่ของลูกหนี้ เพราะแม้พวกเขาอาจไม่ใช่ลูกค้าของสถาบันการเงินเดิม แต่เมื่อสามารถกลับมามีศักยภาพได้อีกครั้ง ก็จะได้รับการพิจารณาจากสถาบันการเงินใหม่ในการปล่อยสินเชื่ออย่างปลอดภัย เป็นการช่วยให้คนที่ล้มสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งอย่างยั่งยืน หากระบบการเงินไม่เปิดโอกาสให้คนที่เคยล้มได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ ลูกหนี้กลุ่มนี้จะต้องพึ่งพาเงินส่วนตัวหรือเงินนอกระบบ ซึ่งไม่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจในระยะยาว” ดร.รักษ์กล่าว

สำหรับแนวทางบริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) ของ BAM ดร.รักษ์กล่าวว่า บริษัทได้ใช้รูปแบบการทำงานที่เรียกว่า “TDR Factory” (Troubled Debt Restructuring Factory) โดยจัดระบบสายพานการทำงานตามความถนัดของแต่ละประเภทหนี้ เช่น หนี้ที่อยู่อาศัย (Housing Loan) จะมีสายพานเฉพาะด้านที่เชี่ยวชาญเรื่องอสังหาริมทรัพย์ และหนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ก็จะมีสายพานเฉพาะด้าน SMEs แนวทางนี้ช่วยให้กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลูกหนี้ได้รับการช่วยเหลือที่ตรงจุด

ส่วนในด้านการบริหารทรัพย์สินรอการขาย (Nonperforming Asset : NPA) ซึ่งปัจจุบัน BAM มีอยู่ประมาณ เกือบ 30,000 ชิ้น ดร.รักษ์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา BAM สามารถระบายทรัพย์ออกสู่ตลาดได้เพียง ไม่ถึง 1,000 ชิ้นต่อปี ซึ่งหากดำเนินการในอัตรานี้จะต้องใช้เวลาถึง 30 ปี กว่าจะระบายทรัพย์หมด จึงได้พัฒนากลยุทธ์ใหม่ในการเร่งการจำหน่ายทรัพย์ผ่าน Partnership Model

ทรัพย์มูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาร่วมพัฒนา ผ่านโมเดล “6×6” โดย 6 เดือนแรก ให้ผู้สนใจนำทรัพย์ของ BAM ไปพัฒนาโดยไม่คิดต้นทุน ส่วน 6 เดือนหลัง จะคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำ เพื่อเร่งการขาย หากสามารถขายได้ จะโอนกรรมสิทธิ์ต่อให้ผู้พัฒนาโดยตรง

นอกจากนี้ ทรัพย์มูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท BAM ร่วมมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) เพื่อบริหารและเร่งระบายทรัพย์ในกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

“จากการใช้กลยุทธ์ใหม่ เราคาดว่าปีนี้ BAM จะสามารถระบายทรัพย์ออกได้ เกิน 1,000 ชิ้น และถึง 2,000 ชิ้น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนหนี้เสียให้กลายเป็นทรัพย์ดี และสร้างจุดเริ่มต้นใหม่ให้ลูกหนี้ได้อีกครั้ง” ดร.รักษ์กล่าว