ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนประกาศผลประชุมเฟด คาดประกาศปรับลดดอกเบี้ยลงในการประชุมคืนนี้ (29/10) หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/10) ที่ระดับ 32.32/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/10) ที่ระดับ 32.44/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าตามราคาทองคำที่ปรับตัวประกอบกับการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ จากการลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน จากมุมมองที่ดีขึ้นของการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยตลาดคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมคืนนี้ (29/10) หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด
ขณะที่นักลงทุนคาดว่าเฟดจะประกาศยุติการใช้นโยบายคุมเข้มเชิงปริมาณ (Quantitative Tightening) หรือ QT ในเดือนนี้ หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า เฟดอาจใกล้ถึงจุดที่จะยุติการลดขนาดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งนับเป็นการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด
นอกจากนี้ ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ (31/10) ด้านปัจจัยทางการเมืองระหว่างจีนและสหรัฐ ก่อนที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศจะพบปะกับ ปธน.สีในวันพฤหัสบดีนี้ นอกรอบการประชุมเอเปคที่ประเทศเกาหลีใต้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเปิดเผยว่า เขาอาจจะปรับลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลให้กับจีน โดยเขาคาดหวังว่าจีนจะดำเนินการบางอย่าง และทำงานร่วมกับเขาโดยตรงเพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกสารเคมีตั้งต้นที่ใข้ในการผลิตเฟนทานิล นอกจากนี้เขาคาดหวังที่จะพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกี่ยวกับชิปแบล็กเวลล์ (Blackwell) ของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia)
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (18/10) กระทรวงการคลังสหรัฐแถลงว่า ประเทศไทยและมาเลเซียได้ตกลงที่จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงินในตลาดปริวรรตเงินตราที่ดำเนินการโดยธนาคารกลาง
ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้คำมั่นว่าจะเปิดเผยข้อมูลการแทรกแซงค่าเงินปีละ 2 ครั้ง แต่ข้อมูลที่เปิดเผยจะห่างจากช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริงเป็นเวลา 1 ไตรมาส และจะไม่มีกำหนดวันเผยแพร่ข้อมูลที่แน่นอน ซึ่งไทยและมาเลเซียไม่ได้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อประเทศผู้บิดเบือนค่าเงินหรือในบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) ของรายงานฉบับล่าสุดของกระทรวงการคลังสหรัฐเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สหรัฐ ไทย และมาเลเซียยังได้ยืนยันพันธกรณีร่วมกันต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการหลีกเลี่ยงการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่่ยนเพื่อป้องกันการปรับดุลการชำระเงิน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.23-32.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.87/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/10) ที่ระดับ 1.1649/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่อนข้างทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/10) ที่ระดับ 1.1657/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรพักตัว โดยในช่วงปลายสัปดาห์นี้นักลงทุนรอจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (30/10)
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1620-1.1660 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1630/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/10) ที่ระดับ 151.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/10) ที่ระดับ 151.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยเมื่อวานนี้ (28/10) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ลงนามในกรอบข้อตกลงเพื่อรับประกันความมั่นคงของอุปทานแร่หายาก ซึ่งมีการใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นับตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงเครื่องบินรบ โดยทั้ง 2 ประเทศจะลงทุนร่วมกันเพื่อเร่งพัฒนาตลาดแร่ธาตุสำคัญ และแร่หายากให้มีความหลากหลาย โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมทั้งระบุว่าจะให้การสนับสนุนทางการเงินกับโครงการที่คัดเลือกไว้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 151.55-152.54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 152.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือน ก.ย.ของสหรัฐ (29/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐ (29/10), การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของเฟด (29/10), การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) (30/10), อัตราว่างงานเดือน ต.ค. ของเยอรมนี (30/10), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการเบื้องต้น) ของเยอรมนี (30/10), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการเบื้องต้น) ของยูโรโซน (30/10),
อัตราว่างงานเดือน ก.ย. ของยูโรโซน (30/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. ของยูโรโซน (30/10), การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) (30/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (30/10), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการเบื้องต้น) ของสหรัฐ (30/10), อัตราว่างงานเดือน ก.ย. ของญี่ปุ่น (31/10), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ต.ค.ของกรุงโตเกียว (31/10),
การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (31/10), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ของญี่ปุน (31/10), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย.ของเยอรมนี (31/10), อัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือน ต.ค.ของฝรั่งเศส (31/10), อัตราเงินเฟ้อขั้นต้นเดือน ต.ค.ของยูโรโซน (31/10), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย.ของสหรัฐ (31/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศ อยู่ที่ -6.7/-6.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.5/-5.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ