“ดร.อมรเทพ” ผู้บริหารสำนักวิจัย ซีไอเอ็มบี ไทย วิเคราะห์ดีลล่าสุด “สหรัฐ-จีน” อาจไม่ใช่ข่าวดี แค่หยุดพักเกม ไม่ใช่เปลี่ยนเกม เตือนต้อง “ระวัง” มากกว่า “ดีใจ” แนะเตรียมรับความผันผวนไว้ให้พร้อม
ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “วิเคราะห์ : ดีลสหรัฐ-จีนล่าสุด… ทำไมถึงต้อง “ระวัง” มากกว่า “ดีใจ” ? โดยชี้ว่า ช่วงนี้ตลาดอาจดูคึกคัก จากข่าวข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีน รอบใหม่ใน APEC 2025 แต่ต้องบอกตรง ๆ ว่าดีลรอบนี้ “นุ่มนิ่ม” และ “ซ่อนเกม” กว่าเฟสแรกที่ลงนามเมื่อ ม.ค. 2020 มาก รอบนี้เป็นเพียง “ข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์” ไม่ใช่ “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” ตลาดได้แค่ “ความโล่งใจสั้น ๆ” หรือ “การหยุดยิงทางการค้า” (Truce) เท่านั้น และนี่คือเหตุผลที่เราต้อง “อ่านเกม” ให้ขาด
1.เทียบเฟสแรก (2020) vs. APEC 2025 ความแตกต่างชัดเจนมาก โดยเฟสแรก แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่มี “โครงสร้างและรายละเอียดจริง” ที่จับต้องได้ เช่น ข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ห้ามการบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี จีนสัญญาเพิ่มการนำเข้าสินค้าสหรัฐ $200bn ใน 2 ปี (เกษตร, พลังงาน) ซึ่งผลลัพธ์คือ แม้จีนทำไม่ได้ครบ แต่ตลาด “เห็นกรอบการเจรจาระยะยาว
ส่วนดีล APEC 2025 (รอบนี้) เป็นเพียง “ข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์” เป็นแค่การลด/ผ่อนคลายภาษีบางรายการแบบชั่วคราว ไม่มีตัวเลขเป้าหมายชัดเจน ด้านการนำเข้าไม่มีกรอบกำกับติดตาม (Enforcement) ที่เป็นระบบ
2.”ข้างในห้อง” (สิ่งที่พวกเขา ไม่ได้ คุยกัน) นี่คือสัญญาณที่ชัดที่สุด ! ดีลนี้ “ไม่แตะประเด็นสำคัญ” ที่เป็นหัวใจของความขัดแย้งเลย ทั้งสงครามชิป (Semiconductors) การแบนเทคโนโลยี (Huawei, TikTok) ความมั่นคงข้อมูล การแย่งชิง Supply Chain หมายความว่า “สงครามเทคโนโลยี” (Tech War) ยังเป็นแกนหลัก และจะดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ดีลการค้าครั้งนี้จึงเป็นแค่ “การเจรจาเปลือกนอก” ขณะที่ “แกนใน” (Core) ของความขัดแย้งยังอยู่ครบ
3.”เกมการเมืองภายใน” เพื่อ “ซื้อเวลา” ทำไมดีลถึงออกมา “อ่อน” ขนาดนี้ เพราะทั้งคู่มี “โจทย์ระยะสั้น” ที่ต้องรีบแก้ โดยฝั่งสหรัฐต้องการ “ข่าวดี” สั้น ๆ อาจเพื่อช่วยคุมเงินเฟ้อ (จากการลดภาษีสินค้าบางตัว) หรือเพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่า “คุมเกมอยู่” ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญทางการเมืองภายใน
ส่วนฝั่งจีน ภารกิจหลักคือ “ซื้อเวลา” และ “เรียกความเชื่อมั่น” เร่งด่วน ท่ามกลางวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และทุนไหลออก การยอมผ่อนปรนเชิงสัญลักษณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ จึงจำเป็น เช่น ยอมผ่อนคลายการคุมเข้ม Rare Earth ที่เคยใช้เป็นไพ่ต่อรอง เพื่อแลกกับการที่สหรัฐชะลอการเก็บภาษีใหม่ “นี่คือการ “แลกหมัด” เฉพาะหน้า ไม่ใช่การเปลี่ยนนโยบายระยะยาว”
4.มุมมองนักลงทุน ระวัง “กับดักข่าวดี” (Headline Trap) โครงสร้างจีนยังไม่เปลี่ยน ซึ่งต้องอย่าลืมว่าจีนยังเดินหน้า “Dual Circulation” (เน้นพึ่งพาตัวเอง), ปัญหาอสังหาฯยังเปราะบาง และทิศทาง Supply Chain โลกยังคง Diversify ออกจากจีน
“ไม่ใช่จุดพลิกเกม (Game Changer) รอบนี้ไม่ใช่จุดเปลี่ยนเหมือนที่หลายคนหวัง อย่าหลง Headline ตลาดมัก “ดีใจก่อน” (Relief Rally) กับคำว่า “ตกลงกันได้” แต่พอรายละเอียดออกมา (หรือ “ไม่มี” รายละเอียด) ตลาดก็จะกลับสู่ความเป็นจริง ตลาดจะมี Volatility สูง ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ยังเหมือนเดิม ยังเป็น “การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์” ไม่ใช่ “การกลับมาจับมือกัน”
ดร.อมรเทพสรุปว่า ดีล APEC 2025 เท่ากับหยุดพักเกม ไม่ใช่เปลี่ยนเกม ต่างจากเฟสแรก ปี 2020 ที่อย่างน้อยมี “เงื่อนไข” และ “โครงสร้าง” ให้ตาม (แม้จะล้มเหลว) แต่วันนี้เรามีเพียง “ความหวังชั่วคราว” ที่ขับเคลื่อนด้วย “เกมการเมือง” เท่านั้น
“จับตาความเสี่ยง ไม่ใช่แค่ข่าวดี โลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ “ความร่วมมือ” เป็นเพียงแท็กติก แต่ “การแข่งขัน” คือโครงสร้างหลัก เตรียมรับความผันผวนไว้ให้พร้อม”