กอช. ดันสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ (สลาก กอช.) ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท เริ่มซื้อได้หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ 60 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการออมเพื่อการเกษียณตามแผนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคม ในประเด็นการปฏิรูปการออมและสวัสดิการสังคม โดยมี กอช. เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมการออมภาคสมัครใจของแรงงานนอกระบบทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งกลุ่มเกษตรกร ค้าขาย อาชีพอิสระ รวมถึงนักเรียนและนักศึกษาที่เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อให้มีหลักประกันรายได้ในวัยเกษียณ
ผู้ที่ออมกับ กอช. สามารถเริ่มออมได้ตั้งแต่ 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐตามช่วงอายุสูงสุดถึง 100% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี โดยยังได้รับผลตอบแทนจากการบริหารกองทุน และสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับแรงงานนอกระบบเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ
นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวว่า กอช. ยังได้ริเริ่มโครงการสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ หรือสลาก กอช. ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ในลักษณะสลากขูดดิจิทัล
ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” เพื่อเป็นทางเลือกการออมยืดหยุ่นที่เหมาะสำหรับคนไทยที่ไม่มีสวัสดิการบำนาญ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า และแรงงานนอกระบบ รวมถึงนักเรียน นักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 15-60 ปี เริ่มออมได้ตั้งแต่ 50 บาท สูงสุด 30,000 บาทต่อปี พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐสูงสุดถึง 100% ตามช่วงอายุ ดังนี้
- อายุ 15-30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี
- อายุมากกว่า 30-50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี
- อายุมากกว่า 50-60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี
นอกจากนี้ สมาชิกได้รับผลประโยชน์ตอบแทนของเงินออมสะสม เงินสมทบที่นำไปลงทุน ทั้งนี้ รัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทนจากการลงทุนสำหรับสมาชิกที่ออมกับ กอช. ถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ และเงินออมสะสมของสมาชิกสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี
หากซื้อสลาก กอช. เดือนละ 3,000 บาท ตั้งแต่อายุ 15 ปี หรือ 30 ปี ก็สามารถมีเงินล้านเมื่อถึงวัยเกษียณได้จริง นับเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนไทยออมเงินระยะยาวอย่างมีระบบ
ปัจจุบัน กอช. มีสมาชิกกว่า 2,817,745 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) โดยร้อยละ 43.27 เป็นเกษตรกร, ร้อยละ 28.94 เป็นอาชีพอิสระ และร้อยละ 10.61 เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา
สำหรับร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ ที่ผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภามาแล้วนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งกฎหมายจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 60 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในระหว่างนี้ กอช. ได้นำเสนอร่างกฎกระทรวง เกี่ยวกับรายละเอียดรูปแบบการออกรางวัลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณา เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ผู้ที่สนใจจะสามารถซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น กอช. ได้ในราคาใบละ 50 บาท จำกัดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน ออกรางวัลทุกวันศุกร์เวลา 17.00 น. รางวัลประกอบด้วย รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล และรางวัลที่ 2 เงินรางวัล 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล
ผู้ถูกรางวัลจะได้รับเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนทันที ส่วนผู้ที่ไม่ถูกรางวัลยังได้รับเงินต้นพร้อมผลตอบแทนคืนใน 4 กรณี ได้แก่
1. ครบอายุ 60 ปีบริบูรณ์
2. ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี จะได้รับคืนเมื่อครบ 5 ปี และสามารถออมต่อได้ทุก 5 ปี
3. เมื่อเสียสัญชาติไทยหรือทุพพลภาพ
4. เมื่อเสียชีวิต เงินจะตกเป็นของทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์