เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
SD นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
Politics นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
Real Estate เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
เศรษฐกิจภูมิภาค 1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
ธ.ก.ส. เปิดตัว 2 เงินฝากใหม่ ‘ไซทอง-พานทอง’ วันนี้ถึง 31 ส.ค. 2569
Finance ธ.ก.ส. เปิดตัว 2 เงินฝากใหม่ ‘ไซทอง-พานทอง’ วันนี้ถึง 31 ส.ค. 2569
อสังหาฯ โคราช ครึ่งปีหลังจ่อฟื้น ‘เขาใหญ่’ ยังโตแรง รับอานิสงส์ Wellness – M6
Real Estate อสังหาฯ โคราช ครึ่งปีหลังจ่อฟื้น ‘เขาใหญ่’ ยังโตแรง รับอานิสงส์ Wellness – M6
กกพ. ตรึงค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 3.95 บาท ดึงเงิน Claw back 1.61 หมื่นล้าน อุ้มค่าเอฟที
Economic กกพ. ตรึงค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 3.95 บาท ดึงเงิน Claw back 1.61 หมื่นล้าน อุ้มค่าเอฟที
‘อนุทิน’ ประชุม คตท. ลั่นไม่สนโพลความรู้สึก ยึดเอาข้อมูลหลักฐานเชื่อถือได้
Politics ‘อนุทิน’ ประชุม คตท. ลั่นไม่สนโพลความรู้สึก ยึดเอาข้อมูลหลักฐานเชื่อถือได้
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังเฟดส่งสัญญาณไม่ชัดเจนเรื่องดอกเบี้ย

05 พ.ย. 2568 | 18:31น.
US dollar

ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังเฟดส่งสัญญาณไม่ชัดเจนเรื่องดอกเบี้ย เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ระบุว่า การปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากเฟดยังขาดข้อมูลทางเศรษฐกิจสำคัญ จากปัญหาที่หน่วยงานรัฐบาลของทางสหรัฐยังอยู่ในภาวะชัตดาวน์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (05/11) ที่ระดับ 32.56/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (04/11) ที่ระดับ 32.53/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากการฟื้นตัวของดอลลาร์สหรัฐ จากความไม่แน่นอนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือน ธ.ค. ของทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังเจ้าหน้าที่เฟดออกมาแสดงความคิดเห็นในแนวทางที่แตกต่างกัน

โดยนางลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด แสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค แม้ว่าจะลงมติสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ต.ค. ก็ตาม

ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เตือนว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากตอนนี้เฟดยังขาดแคลนข้อมูลทางเศรษฐกิจสำคัญ จากปัญหาที่หน่วยงานรัฐบาลของทางสหรัฐ ยังคงอยู่ในภาวะชัตดาวน์ซึ่งล่วงเข้าสู่วันที่ 36 แล้วในวันนี้ (05/11) โดยทำลายสถิติเดิมที่ 35 วันในช่วงปี 2561-2562 และขึ้นแท่นการชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบาลยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ และไม่มีทีท่าว่าจะเจรจาหรือทำการประนีประนอม

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยังคงไม่แสดงท่าทีอ่อนข้อ โดยกล่าวว่า เขาจะไม่ยอมถูกบีบจากพรรคเดโมแครตให้ขยายเงินอุดหนุนตามกฎหมาย Affordable Care Act หรือที่รู้จักในชื่อ “โอบามาแคร์” ก่อนที่พรรคเดโมแครตจะผ่านงบประมาณเพื่อให้มีการเปิดหน่วยงานรัฐบาลอีกครั้ง

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตลาดการเงินก็อาจเกิดความปั่นป่วน โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรสหรัฐ เพราะรัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ที่เก็บไปแล้ว ซึ่งจะมีการพิจารณาในคืนนี้ (05/11) และจะสูญเสียรายได้หลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี โดยในสัปดาห์นี้ตลาดรอจับตาตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค.จาก ADP ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกประกาศจากหน่วยงานเอกชน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ช่วงสายวันนี้ (05/11) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ต.ค. 68 เท่ากับ 100.00 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.76%YoY โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ส่งผลให้ช่วง 10 เดือน (ม.ค .- ต.ค.) ลดลง 0.09%

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ต.ค. 68 อยู่ที่ 101.50 หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.61% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ทำให้เฉลี่ย 10 เดือนปีนี้ (ม.ค .- ต.ค. 68) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.87%

ส่วนการคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 68 นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ประเมินออกมา แต่แนวโน้มในเดือน พ.ย. 68 ก็อาจยังติดลบอยู่ แต่อยากรอดูผลจากมาตรการของภาครัฐก่อน ในส่วนของคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อไตรมาส 4/68 ก่อนที่มาตรการคนละครึ่งพลัสออกมาประเมินที่ประมาณ -0.52% แต่เมื่อมาตรการออกมาแล้ว และมีผลตอบรับที่ดีมาก ประกอบกับมีการกระตุ้นค่าใช้จ่ายปลายปี ก็อาจจะกลับมาเป็นบวกได้

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.54- 32.61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (05/11) ที่ระดับ 1.1487/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (04/11) ที่ระดับ 1.1509/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยช่วงบ่ายวันนี้ (05/11) HCOB ได้มีการเปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค. ของสหภาพยุโรป อยู่ที่ระดับ 53.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.ย. ที่ระดับ 52.6

ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค. ของประเทศเยอรมนี อยู่ที่ระดับ 54.6 เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย. ที่ระดับ 54.5 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1480-1.1497 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1486/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (05/11) ที่ระดับ 153.06/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (04/11) ที่ระดับ 153.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้ (04/11) โดยในเช้าวันนี้ (05/11) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 18-19 ก.ย.

โดยระบุว่ากรรมการ BOJ บางส่วนมีการอภิปรายเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยอ้างถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากญี่ปุ่นประสบปัญหาเงินฝืดเป็นเวลานาน ซึ่งสวนทางกับกรรมการ 2 คนคือนาโอกิ ทามูระ และฮาจิเมะ ทาคาตะ ที่เรียกร้องให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเสนอให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 152.97 – 153.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 153.53/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค.จาก ADP ของสหรัฐ (05/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค.จาก S&P Global ของสหรัฐ (05/11), ดัชนีภาคบริการเดือน ต.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐ (05/11), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ของสหภาพยุโรป (06/11), การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (06/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (07/11), การคาดการณ์เงินเฟ้อเดือน ต.ค. ของสหรัฐ (07/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.3/-7.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -4.4/-3.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ