เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
ดูทั้งหมด

ธปท.ชูนโยบายการเงิน ‘ยื่นมือ’ แก้เรื่องโครงสร้าง-ซัพพอร์ตเศรษฐกิจ-สกัดทุนเทา

28 พ.ย. 2568 | 09:56น.
วิทัย รัตนากร

วิทัย รัตนากร

“ที่ผ่านมา บทบาทหน้าที่ของแบงก์ชาติ เน้นหลักเรื่องดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ผ่านการใช้นโยบายการเงินเป็นหลัก พูดภาษาชาวบ้านคือ เงินเฟ้อต่ำ ควบคุมได้ สถาบันการเงินแข็งแรง ระบบการชำระเงินเข้มแข็ง และมีเสถียรภาพ แต่ผมคิดว่า วันนี้ปัญหาความเสี่ยงของเรา จะไม่ได้อยู่ที่เรื่องเสถียรภาพมากนัก จะเป็นประเด็นที่เราอยากจะขยาย อยากเข้าไปดูแลเศรษฐกิจในเชิงโครงสร้าง โดยการออกมาตรการเฉพาะจุด เข้าไปแก้ปัญหา ซึ่งช่วงเกือบ ๆ 2 เดือนที่ผ่านมา เราก็พยายามทำอย่างนี้ตลอด หน้าที่หลักในการดูแลเสถียรภาพก็ทำไป แต่เราขยายบทบาทในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ด้วย ในบริบทที่แบงก์ชาติควรจะทำ”

ข้างต้นเป็นคำกล่าวของ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการพบปะสื่อมวลชนล่าสุด ในงาน “BOT Press Trip 2025” ที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากดำรงตำแหน่งมาได้ราวเกือบ 2 เดือน

แก้เชิงโครงสร้าง “หนี้ครัวเรือน-สินเชื่อหด”

“ย้ำว่าไม่ได้ทำทุกเรื่อง แต่เน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับค่านิยมของเรา ‘ยืนตรง มองไกล ยื่นมือ ติดดิน’ ถ้าเราเข้าไปอยู่ใกล้ชิดประชาชน อยู่ใกล้ชิดปัญหา เข้าไปร่วมแก้ปัญหามากขึ้น ก็เหมือนกับเรายื่นมือเข้าไป เราก็อยู่ใกล้กับประชาชน กับสังคมมาก”

“วิทัย” กล่าวว่า สำหรับมาตรการเฉพาะจุดที่ทำไปแล้ว เพื่อช่วยแก้ปัญหา “หนี้ครัวเรือน” ที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ก็คือ โอนหนี้เสียรายย่อยไม่เกิน 1 แสนบาท ให้บรรษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) บริหาร ซึ่งประกาศโครงการไปแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ น่าจะโอนบัญชีทั้งหมดได้ในวันที่ 1 ม.ค. 2569 ซึ่งหวังว่า 5-8 แสนราย จะหลุดพ้นการเป็นหนี้เสียได้ เป็นการช่วยให้คนเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ขณะที่มาตรการที่กำลังจะทำเพื่อแก้เชิงโครงสร้าง โดยทำร่วมกันกับรัฐบาล ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งตั้งเป้าว่าจะเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เช่นกัน ก็คือ การแก้ปัญหา “สินเชื่อโตติดลบต่อเนื่อง” ที่ในภาพรวมติดลบ 5 ไตรมาสติด ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีติดลบ 13 ไตรมาสต่อเนื่อง โดยเดือนล่าสุดติดลบ 4% ทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ โดยจะสร้างกลไกขึ้นมา เพื่อค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี 10-30% หรือเฉลี่ย 20%

“มีเอสเอ็มอีจำนวนมาก อยากกู้แต่กู้ไม่ได้ แบงก์ไม่ปล่อย เพราะทุกคนระวังตัว เนื่องจากต้นทุนเครดิต (Credit Cost) สูง ปล่อยไปแล้วเป็นหนี้เสียไหม ปล่อยไปแล้วจะได้เงินคืนไหม นี่เป็นปัญหาเรื่อง Credit Cost ที่เราจะเข้ามาแก้ปัญหา โดยจะสร้างกลไกขึ้นมา ค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีนี้ และหวังว่าจะช่วยลดต้นทุนความเสี่ยงทางด้านเครดิต ทำให้สถาบันการเงินกลับมาปล่อยสินเชื่อได้”

โดยจะใช้เงินจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่เหลือจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” หรืออาจจะเงิน FIDF ใหม่ในปีถัดไปประมาณ 20,000 ล้านบาท นำมาตั้งกองทุน โดยมีเป้าหมายค้ำประกันสินเชื่อ 100,000 ล้านบาท ซึ่งให้กู้แก่เอสเอ็มอีทุกขนาด แต่ต้องอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อาหาร อาหารแปรรูป เกษตร เกษตรแปรรูป Wellness หรืออื่น ๆ เช่น ค้าปลีก ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) Green เป็นต้น ตรงนี้ต้องหารือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทยอีกที

เพิ่มบทบาทส่องเส้นเงินสกัดทุนเทา

“เรื่อง ‘ทุนเทา’ มีคนถามว่า แบงก์ชาติทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ควบคุมดูแล โฟลว์เงินบาท ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังว่า แบงก์ชาติไม่มีข้อมูลโฟลว์เงินบาทในปัจจุบัน การโอนเงินจาก นาย ก. ไปนาย ข. หรืออะไรก็ตาม ที่เป็นเงินบาทอยู่ภายในประเทศ ข้อมูลนี้ไม่ถูกส่งแบงก์ชาติตามกฎหมายปัจจุบัน แต่จะนำส่ง ปปง. ไม่ว่าจะเป็น กรณีโอนเงินระหว่างบัญชีเกิน 5 แสนบาท กรณีฝากเงินสดเกิน 2 ล้านบาท กรณีมีธุรกรรมที่ต้องสงสัยหรือมีความเสี่ยง ซึ่งต้องรายงานข้อมูลเหล่านี้ แบงก์ชาติไม่มี เป็นเรื่องจริง”

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหา ทำให้คนเดือดร้อน ซึ่ง ธปท.จะยึดหลัก “ยื่นมือ” และ “ติดดิน” เข้าไปช่วยตรงนี้ โดยจะใช้พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินเข้าไปกำกับในบางเรื่อง ซึ่งจะมีการกำหนดธุรกรรมที่เข้าข่ายที่สถาบันการเงินต้องรายงานมาที่ ธปท. ส่วนจะนำไปทำอะไรต่อนั้น ยังอยู่ระหว่างออกแบบ เช่น อาจจะส่ง ปปง. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) หรืออย่างอื่นก็ได้

ขณะที่ในส่วนของผู้ให้บริการ e-Wallet ก็จะมีการยกระดับการกำกับดูแลมากขึ้น เนื่องจากถูกใช้เป็นช่องทางจริง โดยจะมีการให้ทำการยืนยันตัวตน (KYC) ที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงร้านแลกเงิน ที่มีอยู่ราว 2,000 แห่ง ก็ต้องมีมาตรฐานที่ดีขึ้น

ขยายขอบเขตกำกับซื้อขายทองคำ

ในส่วนของ “ทองคำ” ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่มีการกำกับดูแล ตอนนี้อยู่บนโต๊ะ ต้องคุยว่าใครจะกำกับ หรือจะขยายบทบาท ธปท.อย่างไร เนื่องจากสมัยก่อนเวลาซื้อขายทองจะทำกันที่ร้านตู้แดงเป็นหลัก แต่สมัยนี้ธุรกรรมส่วนใหญ่อยู่บนแอปพลิเคชั่นซื้อขายทอง แต่ธุรกรรมที่เกิดขึ้น ธปท.ไม่เห็น และไม่มีใครมองเห็น เนื่องจากไม่มีการกำกับ

“หลังจากร้านทอง บริษัททอง รับซื้อหรือขายทองไป เขาต้องไปออก Square Position เรื่องทองทิ้ง ทั้งเทรด และ Physical ที่นำเข้าส่งออก ส่วนนี้เรามองไม่เห็น คนที่มองเห็นคือ กรมศุลกากรที่จะเห็นนำเข้าส่งออก แต่ถ้าผ่านแพลตฟอร์ม กรมศุลฯก็ไม่เห็นเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าการซื้อขายตรงนี้ มันเกิดทำให้ต้องซื้อหรือขายดอลลาร์ ธปท.จะเห็นเฉพาะธุรกรรมที่ทำกับแบงก์พาณิชย์ไทยในประเทศไทยเท่านั้น แต่ถ้าไปทำธุรกรรม Fx กับแบงก์ในต่างประเทศ ธปท.จะไม่เห็น แย่กว่านั้นก็คือ ถ้าส่งออกไปกัมพูชา แล้วชำระเป็นคริปโตเคอร์เรนซี ก็ไม่เห็นอะไรเลย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องเขยิบเข้าไปดู”

ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้คือ จะใช้ พ.ร.บ.ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เราจะขยายบทบาทเข้าไป ขอดูข้อมูลบางส่วนที่จะขอได้ เพื่อให้ ธปท.เข้าใจธุรกรรมมากขึ้น แล้วก็จะกำกับมากขึ้น เฉพาะในส่วนที่ ธปท.ทำได้

“แต่ต้องยอมรับว่า ธุรกิจทอง ธปท.ไม่มีอำนาจกำกับ แต่เราจะยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ปัญหา”

ดูแลค่าเงินบาท “ลดความผันผวน”

ส่วนการดูแลเงินบาทที่แข็งค่านั้น การแข็งค่าของเงินบาท เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย ได้แก่ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าประมาณ 7% จากต้นปี ขณะเดียวกันไทยมีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยคือ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากช่วงต้นปีไทยส่งออกได้ดีมาก จนเกินดุลถึง 11.2 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ต้นปีค่าเงินบาทแข็งค่าจาก 34.10 บาทต่อดอลลาร์ เหลือประมาณ 33.91 บาทต่อดอลลาร์ และแข็งต่อถึงระดับ 32.51 บาทต่อดอลลาร์ ภายใน 1 ไตรมาส 1.50 บาท

“แต่หลังจากนั้นเมื่อดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลง ค่าเงินบาทจึงหยุดนิ่งอยู่ประมาณ 32.4-32.5 บาทต่อดอลลาร์ ดังนั้นต้องเข้าใจก่อนว่า มันมีผลมาจาก Fundamental จริง ๆ เงินบาทแข็งค่าจาก Fundamental จริง ๆ ซึ่งปีหน้าหวังว่าจะดีขึ้น เพราะการเกินดุลน่าจะลดลง เนื่องจากส่งออกน่าจะกลับมาสู่สมดุล เพราะปีนี้มันเร่งไปช่วงต้นปี ถามว่าแบงก์ชาติอยากเห็นอะไร แบงก์ชาติอยากเห็นค่าเงินบาทที่อ่อนเหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจจริงของเรา”

ส่วนที่ถามว่า ทำไม ธปท.ไม่แทรกแซงค่าเงินบาท เนื่องจากไทยอยู่ภายใต้เกณฑ์ “Currency Manipulator” ที่สหรัฐบังคับใช้ ที่มีการติดตามประเทศคู่ค้า 3 เกณฑ์ ซึ่งหากเข้าทั้ง 3 เกณฑ์ จะแปลว่ามีการบริหารจัดการผิดเกณฑ์ ได้แก่ 1.เกินดุลการค้าสหรัฐ 15,000 ล้านดอลลาร์, เกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกิน 3% ของ GDP และซื้อเงินตราต่างประเทศ (Fx) สุทธิเกิน 2% ของ GDP อย่างน้อย 8 เดือน ใน 12 เดือน

“ปกติ 2 เกณฑ์แรก เราเกินอยู่แล้ว ตัวที่ 3 เรื่อง Fx นี่แหละที่มีปัญหา เพราะ 2% คือห้ามมากกว่านี้ภายใน 12 เดือน เราจึงสามารถเข้าซื้อขายดอลลาร์เพื่อลดความผันผวนได้ แต่ไม่สามารถเทหน้าตัก แล้วตรึงค่าเงินบาทไว้จุดใดจุดหนึ่งได้ ดังนั้นสิ่งที่ทำคือ ลดความผันผวน ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีเงิน เราซื้อได้มากกว่านี้เยอะ แต่เกณฑ์มันเป็นอย่างนี้ ถามว่าหากวันหนึ่งถูกโจมตีค่าเงิน เราก็พร้อมจะควักทุนสำรองไหม เราก็พร้อมเต็มที่ในการป้องกัน แต่ ณ สภาวะอย่างนี้ หน้าที่เราคือลดความผันผวน”

นโยบายการเงินซัพพอร์ตเศรษฐกิจ

ด้านแนวโน้มนโยบายการเงิน หรือแนวโน้มดอกเบี้ยระยะต่อไปนั้น ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมาก่อน แต่ยืนยันว่า พร้อมจะใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากกว่านี้ หากมีความจำเป็นที่จะสามารถซัพพอร์ตเศรษฐกิจได้ ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับด้วยว่าเศรษฐกิจที่ไม่ดี เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็นปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง ตลอดจนสังคมสูงอายุ ซึ่งการลดดอกเบี้ยจะมีผลเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้จำกัด

“ถามว่าลดดอกเบี้ยแล้วช่วยอะไร ก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องสภาพคล่อง ผ่อนคลายการตึงตัว ทำให้คนจ่ายหนี้ได้ เป็น NPL น้อยลง ถามว่าลดได้ไหม ก็กำลังดูข้อมูล มี Room ที่จะลดได้” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว