Skip to content
ดูทั้งหมด

3 เทรนด์ธุรกิจมาแรงปี 2026 ที่ SMEs ไม่ควรมองข้าม

01 ธ.ค. 2568 | 08:53น.
ธนาคารทหารไทยธนชาต

ธนาคารทหารไทยธนชาต

ผู้เขียนบทความ : finbiz by ttb

ปี 2026 คือปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของโลกธุรกิจ แต่สำหรับ SMEs ที่ต้องการ “ลงมือไว เห็นผลเร็ว” finbiz by ttb ขอนำเสนอ 3 เทรนด์ที่จับต้องได้ง่าย และมีโอกาสสร้างรายได้ หรือเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจได้อย่างชัดเจน ได้แก่ AI x Digital, Green Mandate และ Longevity Economy เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs นำเทรนด์มาแรงนี้ ไปต่อยอดสร้างโอกาสทางธุรกิจ

1.เทรนด์ AI x Digital – ธุรกิจฉลาดขึ้นด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะและระบบดิจิทัล

เพราะ AI จะไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็นผู้ช่วยที่คิดแทน วิเคราะห์แทน และตัดสินใจแทนมนุษย์ได้แล้ว เช่น การตอบแชตอัตโนมัติ วิเคราะห์ยอดขาย หรือจัดการสต๊อกสินค้าแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน SMEs ก็ต้องรีเซตองค์กรด้วยเทคโนโลยี เช่น ระบบจองออนไลน์ หรือ CRM ให้เชื่อมโยงกับช่องทางขาย ซึ่งคำว่า AI x Digital ที่กำลังอยู่ในกระแส มีตัวเลขสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น 70% ของ SMEs ไทยกำลังใช้หรือทดลองใช้ AI และ 90% ของ SMEs มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศไทยมีผู้ใช้งาน PromptPay กว่า 77.6 ล้านบัญชี และมีธุรกรรมเฉลี่ยถึงวันละ 75.9 ล้านรายการ

โอกาสสำหรับ SMEs

  • เริ่มจากงานที่มีข้อมูลชัด เช่น การตอบแชตลูกค้า หรือการวิเคราะห์ยอดขาย
  • เริ่มต้นจากการใช้เครื่องมือ AI ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น ChatGPT, LINE Bot, Google Analytics เมื่อเห็นผลบ้างแล้วจึงค่อยลงทุนต่อยอดเพิ่มเติม
  • ลงทุนในระบบหลังบ้าน เช่น POS ที่เชื่อมกับสต๊อกและช่องทางขาย ยิ่งธุรกิจที่ช่องทางการชำระเงินยังไม่หลากหลาย ยิ่งต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ๆ

แนะนำให้ SMEs เริ่มลงมือและตั้งเป้าแบบหวังผลได้ ยกตัวอย่าง เช่น ร้านอาหารเล็ก ๆ ใช้ LINE OA + Chatbot รับออร์เดอร์อัตโนมัติ ลดภาระพนักงาน โดยตั้งเป้าหมายให้ 80% ของกระบวนการขายและบริการลูกค้าเป็นระบบอัตโนมัติภายใน 1 ปี

2.เทรนด์ Green Mandate – ภารกิจสีเขียวที่ธุรกิจต้องทำ

ESG ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กลายเป็น “เงื่อนไขการค้า” และการเข้าถึงแหล่งทุน โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคและนักลงทุนให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สำหรับประเทศไทย ร่างกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่างกฎหมายการจัดการอากาศสะอาด จะเริ่มมีผลบังคับใช้ พร้อมกับระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และภาษีคาร์บอน ที่กำลังพัฒนาโดย TGO และ ONEP และประเทศไทยตั้งเป้า Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero GHG Emission ภายในปี 2065 ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ SMEs ต้องเร่งปรับตัวและให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อธุรกิจในวันนี้และการส่งต่อให้กับทายาทในรุ่นต่อ ๆ ไป

โอกาสสำหรับ SMEs :

  • เริ่มติดตามการใช้พลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน เก็บข้อมูลประกอบการทำ CFO (Carbon Footprint Organization)
  • ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรให้ประหยัดไฟ หรือใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์
  • ใช้เซ็นเซอร์วัดพลังงาน หรือระบบ IOT เพื่อเก็บข้อมูลสิ่งแวดล้อม
  • สื่อสารความตั้งใจด้านสิ่งแวดล้อมกับลูกค้า เช่น ผ่านเว็บไซต์หรือบนฉลากบรรจุภัณฑ์ ที่พร้อมให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

โดยการลงมือดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมจะต้องมีแผนชัดเจน และมีเป้าหมายที่วัดผลได้ เช่นเดียวกันกับการหวังผลทางการค้า ยกตัวอย่าง โรงงานขนาดเล็กเริ่มโครงการติดตั้งเซ็นเซอร์วัดพลังงาน แล้วปรับเครื่องจักรให้ใช้ไฟฟ้าน้อยลง โดยตั้งเป้าหมายให้สามารถลดการใช้พลังงานลง 10-15% ภายใน 12 เดือน และเริ่มเก็บข้อมูลคาร์บอนตั้งแต่วันนี้ให้แม่นยำ ดังเช่น ตัวเลขทางการบัญชี การเงิน

3.เทรนด์ Longevity Economy – ตลาดผู้สูงวัยที่กำลังเติบโต

ผู้สูงวัย คือ กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ มีเวลา และมีความต้องการเฉพาะ เช่น บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน หรือแอปติดตามสุขภาพ ตลาดนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีความต้องการสูงในบริการที่เข้าใจชีวิตและสุขภาพ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า ตั้งแต่ปี 2024 ไทยได้เข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) กว่า 13.2 ล้านคน มากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ที่มีผู้สูงอายุประมาณ 31% ในปี 2040 ทั้งนี้ ตลาดผู้สูงวัยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี

โอกาสสำหรับ SMEs :

  • ออกแบบบริการที่ปลอดภัย ใช้ง่าย และตอบโจทย์คุณภาพชีวิต
  • พัฒนาแอปสุขภาพ หรือบริการดูแลถึงบ้าน
  • ปรับสถานที่ให้เหมาะกับผู้สูงวัย เช่น พื้นกันลื่น ราวจับ สัญลักษณ์ชัดเจน

โดยหากธุรกิจใดกำลังจะต่อยอดจากเทรนด์นี้ จะต้องตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง เช่น คลินิกสุขภาพกำลังมองการขยายธุรกิจไปที่การเปิดให้บริการ “ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน” ด้วยแอปติดตามสุขภาพแบบเรียลไทม์ ดังนั้น ต้องตั้งเป้าหมายสำรวจความต้องการของกลุ่มลูกค้าอายุ 55 ขึ้นไป ออกแบบบริการเฉพาะกลุ่มภายใน 6 เดือน โดยคาดหวังจะได้ลูกค้าในปีแรกเป็น 20% ของลูกค้าที่ปัจจุบันเดินทางมาปรึกษาที่คลินิก

ปี 2026 จึงไม่ใช่แค่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่คือปีแห่งการ “ลงมือทำ” ผู้ประกอบการ SMEs ที่กล้าทดลอง คิดก่อน ปรับเปลี่ยนก่อน จะได้เปรียบทั้งในด้านต้นทุน ภาพลักษณ์ และการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ทีทีบีพร้อมสนับสนุน SMEs ไทยด้วยโซลูชั่นที่ตรงใจ เข้าถึงได้ และให้มากกว่า เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกใหม่ที่กำลังมาถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

finbizbyttb ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs)