เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
News นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
สแกนสมรภูมิ ‘Solar EPC’ ไทย ตลาดแข่งเดือดรับเทรนด์ ESG—เปิดพอร์ต 5 ผู้เล่นในอุตสาหกรรม
Biz Movement สแกนสมรภูมิ ‘Solar EPC’ ไทย ตลาดแข่งเดือดรับเทรนด์ ESG—เปิดพอร์ต 5 ผู้เล่นในอุตสาหกรรม
ยุคของนักไลฟ์ ‘มืออาชีพ’ กำลังมาถึง ไม่ใช่แค่สร้างรายได้ฉ่ำ ๆ แต่บางคนเริ่มตั้ง ‘สังกัด’ ของตนเอง
Tech ยุคของนักไลฟ์ ‘มืออาชีพ’ กำลังมาถึง ไม่ใช่แค่สร้างรายได้ฉ่ำ ๆ แต่บางคนเริ่มตั้ง ‘สังกัด’ ของตนเอง
สยามพารากอน จัดกิจกรรมรวมพลังคอมมูนิตี้ AI ชั้นนำ ฉลอง 3 ปี SCBX NEXT TECH
Tech สยามพารากอน จัดกิจกรรมรวมพลังคอมมูนิตี้ AI ชั้นนำ ฉลอง 3 ปี SCBX NEXT TECH
ดูทั้งหมด

ร่วมชดใช้ความเสียหาย เพิ่มความคุ้มครอง ผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล

12 ธ.ค. 2568 | 08:22น.
coins
คอลัมน์ : เล่าให้รู้กับ ก.ล.ต.
ผู้เขียน : อาชินี ปัทมะสุคนธ์ สำนักงาน ก.ล.ต.

บทความนี้ ก่อนเข้าเรื่องจะขอเกริ่นในประเด็นที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ในวันที่โลกออนไลน์หมุนเร็วขึ้นทุกวัน เทคโนโลยีทางการเงินพัฒนาอย่างก้าวกระโดด “สินทรัพย์ดิจิทัล” เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอร์เรนซี หรือโทเค็นดิจิทัล ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ล้วนเปิดโอกาสให้นักลงทุนและประชาชนได้เข้าถึงการลงทุนได้สะดวกและทั่วถึงมากขึ้น

เมื่อการลงทุนเติบโตเร็ว ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่อาศัยช่องโหว่และเทคโนโลยีมาหลอกลวงคนทั่วไปแบบแนบเนียนกว่าเดิมมาก เช่น จากเดิมใช้ “บัญชีม้าธนาคาร” ก็ขยับเป็น “บัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัล” เพราะย้ายเงินได้รวดเร็วขึ้น และทำให้หลายคนสูญเงินก้อนใหญ่แบบไม่รู้ตัว

คำถามคือ ในเมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของการลงทุน เราจะทำอย่างไรให้สามารถ “ป้องกันตั้งแต่ต้นทาง” ไม่เปิดช่องให้มิจฉาชีพอาศัยโอกาสเข้ามาหลอกลวงได้ และหากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทร่วมในการเฝ้าระวังและรับผิดชอบร่วมด้วย ก็จะยิ่งช่วยเสริมเกราะป้องกันให้กับนักลงทุนได้มากขึ้น

จึงเป็นที่มาของการออกหลักเกณฑ์ใหม่ของ ก.ล.ต. ที่กำหนดเกณฑ์ “ร่วมชดใช้ความเสียหาย” หรือ Shared Responsibility โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีส่วนร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

หากผู้ประกอบธุรกิจละเลย ไม่ทำตามมาตรฐานหรือมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.ก.ไซเบอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เพื่อเพิ่มมาตรฐานการคุ้มครองผู้ลงทุนและให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องดูแลระบบงานของตัวเองอย่างรัดกุมมากขึ้น

สำหรับมาตรฐานและมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลร่วมรับผิดชอบความเสียหาย (Shared Responsibility) มีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

1.ตรวจสอบลูกค้าอย่างเข้มข้น ทั้งความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้า (KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) ตามมาตรฐานที่กำหนดและกฎหมายว่าด้วยป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ลงทุนที่ใช้บริการจากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

2.มีกลไกคัดกรองบัญชีม้า ทั้งบัญชีม้าดำ บัญชีม้าเทาเข้ม และบัญชีม้าเทาอ่อน ซึ่งถือเป็นบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมผิดปกติ สำหรับลูกค้าใหม่ หากพบว่าเป็นบัญชีม้าดำ เทาเข้ม หรือเทาอ่อน ให้ปฏิเสธการเปิดบัญชี ในส่วนของลูกค้าปัจจุบัน

หากพบว่า เป็นบัญชีม้าดำ เทาเข้ม ให้ระงับบัญชี และปฏิเสธการให้บริการธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล และหากพบว่าเป็นบัญชีม้าเทาอ่อน ให้ระงับการให้บริการฝาก-ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลและเงินบาท และอาจดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence : EDD) เพื่อยืนยันตัวตนเพิ่มเติมต่อไป

กรณีหากผู้ประกอบธุรกิจละเลย ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องร่วมชดใช้ความเสียหาย ซึ่งการพิจารณาสัดส่วนความรับผิดชอบจะเป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หลักฐานตามกระบวนการในชั้นศาล

ขณะเดียวกันกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปฏิบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์เกี่ยวกับการทำความรู้จักลูกค้าก็ยังต้องระวางโทษทางอาญา ทั้งในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจ กรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจนอาจนำไปสู่การถูกเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้าก็จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.ก.ไซเบอร์ (ฉบับที่ 2)

การยกระดับมาตรฐานดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินมาตรการป้องกันและยับยั้งการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางการฟอกเงิน และเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส ปกป้องคุ้มครองผู้ลงทุนได้อย่างยั่งยืน ปลอดภัย และมีมาตรฐานระดับสากล

หมายเหตุ – บัญชีม้าดำ หมายความว่า บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลที่มีรายชื่อเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 22/2568 เรื่อง มาตรฐานและมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล https://publish.sec.or.th/nrs/10790s.pdf