เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 4 ปี 9 เดือน จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองโลก

28 ธ.ค. 2568 | 13:38น.
ค่าเงินบาท-ราคาทองคำ

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 9 เดือน กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาทต่อดอลลาร์ จับตา 5 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้าก่อนหยุดยาวปีใหม่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน พ.ย.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 9 เดือน แต่ยังไม่ผ่านแนว 31.00 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทแข็งค่าเข้าใกล้แนว 31.00 โดยแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 9 เดือนนับตั้งแต่ มี.ค. 2564 ที่ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้ง ประกอบกับเงินบาทน่าจะมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากปัจจัยทางเทคนิค หลังเงินบาทแข็งค่าผ่านแนวสำคัญทางจิตวิทยาหลายแนวในระยะนี้

นอกจากนี้ สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ต่างก็เคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่า สอดคล้องกับเงินเยนที่ทยอยแข็งค่ากลับมา หลังจากที่ทางการญี่ปุ่นเตือนถึงการเข้าดูแลเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเงินเยน ขณะที่เงินดอลลาร์ยังคงถูกกดดันจากการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในปี 2569 ซึ่งอาจจะมากกว่า 1 ครั้งที่สะท้อนผ่าน Dot Plot ล่าสุด

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2568 กระทรวงการคลัง ธปท.และ ก.ล.ต. มีการแถลงเปิดเผยแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ค่าเงินบาท โดยจะมีการกำหนดให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ ขณะที่ ธปท.ก็จะมีการพิจารณาแนวทางการกำกับปริมาณการทำธุรกรรมทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น กำหนดเพดานวงเงินการซื้อขายด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ยังต้องรอรายละเอียดของแต่ละมาตรการอีกครั้งในช่วงหลังจากนี้

นอกจากนี้ ธปท.ยังมีหนังสือเวียนลงวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เรื่อง การซักซ้อมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับลูกค้า โดยขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่ง ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศที่มาจากต่างประเทศของลูกค้าที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ (Resident)

โดยเฉพาะ 1) กรณีเงินตราต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวกับค่าทองคำและธนบัตรเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่ 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 2) กรณีเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับค่าทองคำทุกจำนวนรายธุรกรรม และ 3) กรณีธนบัตรเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 15,000 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่า

กราฟค่าเงินบาท
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ในวันศุกร์ที่ 26 ธ.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 31.46 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (19 ธ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 22-26 ธ.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,045 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทย 2,863 ล้านบาท

สำหรับสัปดาห์หน้าหรือระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2568-2 ม.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 30.90-31.20 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน พ.ย.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน พ.ย. ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ธ.ค. และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 9-10 ธ.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค.ของจีน ญี่ปุ่น และยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกได้เล็กน้อย แม้จะร่วงลงแรงช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง

กราฟตลาดหุ้นไทย
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

SET Index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก และหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นจากประเด็นข่าวที่ว่า สหรัฐสกัดกั้นและยึดเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมในช่วงกลางสัปดาห์ สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศ นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของสหรัฐ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงในช่วงปลายสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากกังวลว่าต้นทุนการผลิตจะปรับตัวสูงขึ้น หลังราคาทองแดงพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับไร้ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศหลายแห่งปิดทำการในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ในวันศุกร์ที่ 26 ธ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,259.25 จุด เพิ่มขึ้น 0.56% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 24,789.73 ล้านบาท ลดลง 27.16% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.14% มาปิดที่ระดับ 215.27 จุด

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (29-30 ธ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,240 และ 1,230 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,275 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทำ Window Dressing ช่วงสิ้นปี สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญช่วง 29 ธ.ค.-2 ม.ค. ได้แก่ PMI ภาคการผลิตเดือน ธ.ค. ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน พ.ย. และดัชนีราคาที่อยู่อาศัยเดือน ต.ค. รวมถึงข้อมูล PMI ภาคการผลิตเดือน ธ.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ