เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Visa จับพลัง BTS “ARIRANG” สร้างประสบการณ์ K-Pop เชื่อมผู้บริโภค-พันธมิตร
Business Visa จับพลัง BTS “ARIRANG” สร้างประสบการณ์ K-Pop เชื่อมผู้บริโภค-พันธมิตร
‘รุทธพล’ แจงตั้ง ‘ปิยะ‘ คุม DSI อิงเหมาะสมผลงานย้อนหลัง 2 ปี ไม่ใช่ตอบแทนคดีฮั้ว สว.
Politics ‘รุทธพล’ แจงตั้ง ‘ปิยะ‘ คุม DSI อิงเหมาะสมผลงานย้อนหลัง 2 ปี ไม่ใช่ตอบแทนคดีฮั้ว สว.
สหรัฐฯ-จีน ถกตั้งระบบเตือนภัย AI “ทรัมป์” ยันต้องชนะศึก AI ขณะจีนปัดกระแสชะลอพัฒนา
World สหรัฐฯ-จีน ถกตั้งระบบเตือนภัย AI “ทรัมป์” ยันต้องชนะศึก AI ขณะจีนปัดกระแสชะลอพัฒนา
ด่วน! ครม.เคาะแล้วโยกย้าย 8 ข้าราชการคลัง “สลักจิต” ผงาดอธิบดีสรรพากร – “ธีรลักษ์” นั่งธนารักษ์
Finance ด่วน! ครม.เคาะแล้วโยกย้าย 8 ข้าราชการคลัง “สลักจิต” ผงาดอธิบดีสรรพากร – “ธีรลักษ์” นั่งธนารักษ์
ครม.ไฟเขียวตั้ง 6 บิ๊ก กระทรวงยุติธรรม ‘ปิยะ’ คุม DSI
Politics ครม.ไฟเขียวตั้ง 6 บิ๊ก กระทรวงยุติธรรม ‘ปิยะ’ คุม DSI
THRE เปิดเทนเดอร์แลกหุ้น 1:1 ตั้งโฮลดิ้งส์ THREH จ่อเข้าเทรดแทนปลายปี
Finance THRE เปิดเทนเดอร์แลกหุ้น 1:1 ตั้งโฮลดิ้งส์ THREH จ่อเข้าเทรดแทนปลายปี
รัฐบาลเผยหลัง 1 ต.ค. แก้ปม “เงิน กยศ.สะดุด” หลังเริ่มงบ 70-หนุนเพิ่ม 9 พันล้าน
Politics รัฐบาลเผยหลัง 1 ต.ค. แก้ปม “เงิน กยศ.สะดุด” หลังเริ่มงบ 70-หนุนเพิ่ม 9 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดทำเวลา 46 วินาทีบน ‘เป๋าตัง’
Finance หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดทำเวลา 46 วินาทีบน ‘เป๋าตัง’
ROH ค้านเปิดประมูล “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ยันสิทธิซื้อคืนยังอยู่ จับตาผู้ถือหน่วยโหวต 28 ต.ค.
Finance ROH ค้านเปิดประมูล “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ยันสิทธิซื้อคืนยังอยู่ จับตาผู้ถือหน่วยโหวต 28 ต.ค.
ดูทั้งหมด

จับเทรนด์หุ้นกู้ ปี’69 ดอกเบี้ยขาลงใกล้จบ-จุดเปลี่ยนลงทุน

11 ม.ค. 2569 | 11:02น.
Business virtual screen graph chart digital finance marketing chart with future technology and trader online trading investment in stock market.

ทิศทางการลงทุนตราสารหนี้ (บอนด์) ในปี 2569 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังทั้งไทยและสหรัฐอยู่ในช่วงปลายของวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ทำให้ผลตอบแทนบอนด์ไม่หวือหวาเหมือนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ การเมือง และภาระหนี้ภาครัฐ กลายเป็นปัจจัยกำหนดกลยุทธ์การจัดพอร์ตมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น

ดอกเบี้ยขาลงฉุดผลตอบแทน

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงตลอดทั้งเส้น โดยอายุสั้นลดลงเร็วกว่าอายุยาว สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล
ดร.สมจินต์ ศรไพศาล

ขณะที่พันธบัตรระยะยาวลดลงน้อยกว่า สะท้อนความกังวลต่อระดับหนี้สาธารณะและปริมาณการออกพันธบัตรของภาครัฐในระดับสูง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ไทย อายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี ปรับลดลงจากสิ้นปี 2567 จำนวน 89, 81 และ 65 bps มาอยู่ที่ระดับ 1.13%, 1.28% และ 1.66% ตามลำดับ

“เมื่อพิจารณาในเชิงผลตอบแทนที่แท้จริง พบว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ให้ผลตอบแทนราว 4.14% เมื่อนำไปหักเงินเฟ้อประมาณ 3% จะได้ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Return) ราว 1.14% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทน 1.66% เมื่อนำไปหักเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับติดลบ -0.72% จะให้ Real Return ราว 3% สะท้อนว่าแม้ผลตอบแทนในเชิงตัวเลขของไทยจะต่ำกว่าสหรัฐ แต่ในเชิงผลตอบแทนที่แท้จริงยังโดดเด่น และเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้กองทุนตราสารหนี้ รวมถึงกองทุน Thai ESG Bond ให้ผลตอบแทนดีในปีที่ผ่านมา โดย Bond Total Return Index ซึ่งมี Duration เฉลี่ยราว 9 ปี ให้ผลตอบแทนสูงถึง 7.2%”

สำหรับหุ้นกู้เอกชน ซึ่งอิงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีเป็นตัวอ้างอิง พบว่าอัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ทุกระดับเครดิตปรับลดลงในทิศทางเดียวกับพันธบัตรรัฐบาล โดย ณ สิ้นปี 2568 พันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีอยู่ที่ 1.28% ขณะที่หุ้นกู้ระดับ AAA อยู่ที่ 1.81% ระดับ AA อยู่ที่ 2.10% ระดับ A อยู่ที่ 2.53% และระดับ BBB+ อยู่ที่ 3.78%

กราฟิก เทรนด์หุ้นกู้

ปี’69 แนะปรับกลยุทธ์ลงทุนหุ้นกู้

ขณะที่แนวโน้มในปี 2569 จากผลการสำรวจของ ThaiBMA พบว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีโอกาสปรับลดลงอีกประมาณ 1 ครั้ง หรือราว 0.25% ในช่วงไตรมาส 2 จากระดับปัจจุบัน 1.25% ลงมาอยู่ที่ 1.00% ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทยอายุ 5 ปี และ 10 ปี คาดว่าจะปรับลดลงเพียงเล็กน้อยเฉลี่ยราว 5-10 bps จากสิ้นปี 2568 โดยขึ้นอยู่กับแผนการระดมทุนของรัฐบาล การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และกระแสเงินทุนจากต่างประเทศ

ส่วนฝั่งสหรัฐทั้ง Dot Plot ของคณะกรรมการ FOMC หรือคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และ FedWatch Tool สะท้อนว่า ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1-2 ครั้ง ในปี 2569 ลงมาอยู่ในกรอบ 3.0-3.25% หรือ 3.0-3.75%

“ชี้ให้เห็นว่าทั้งสองประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ส่งผลให้กรอบการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้มีความผันผวนและไม่แน่นอนมากขึ้น”

ภายใต้บริบทดังกล่าว ดร.สมจินต์แนะนำว่า นักลงทุนควรปรับกลยุทธ์การลงทุนในปี 2569 โดยยึด “วัตถุประสงค์ของเงิน” เป็นหลัก มากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น เปรียบเสมือนการจัดทีมฟุตบอลที่ต้องมีสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างหุ้นหรือกองทุนรวมทำหน้าที่กองหน้า สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพดีทำหน้าที่กองหลัง สำหรับเงินที่ต้องใช้ในช่วง 6-12 เดือน และใช้ตราสารหนี้ระยะกลางสำหรับเงินที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ทันที แต่ไม่สามารถรับความเสี่ยงสูงได้

“แม้ตราสารหนี้ยังเป็นสินทรัพย์สำคัญในพอร์ต แต่ผลตอบแทนในระยะข้างหน้าจะไม่สูงเท่าช่วงก่อนหน้า เนื่องจากผ่านจุดที่ดอกเบี้ยปรับลดแรงที่สุดไปแล้ว”

แนะลดน้ำหนักบอนด์ไทย

ขณะที่ “ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” CFP Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ (TISCO) กล่าวว่า ตราสารหนี้ระยะยาวของไทยเริ่มมีความเสี่ยงขาดทุนจากราคา หลังอัตราดอกเบี้ยไทยถูกปรับลดลงมามากแล้วในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นไปที่ระดับ 2-2.5% ในปี 2570 ส่งผลให้ราคาพันธบัตรมีโอกาสปรับลดลง

“TISCO แนะนำให้นักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ไทยระยะยาว และหันไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น ซึ่งยังให้ผลตอบแทนสูงกว่าและได้อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง และประเมินว่าบอนด์ยีลด์ไทยอายุ 10 ปีที่เหมาะสมควรอยู่ที่ระดับ 2% ณ สิ้นปี 2569 และเพิ่มเป็น 2.5% ในปี 2570 สูงกว่าระดับปัจจุบันที่ราว 1.6-1.7% ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะและโอกาสถูกปรับลดเครดิตเรตติ้งในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า”

ความเสี่ยงหุ้นกู้ “ผิดนัด” ยังมี

ทั้งนี้ ThaiBMA คาดว่าในปี 2569 จะมีการออกหุ้นกู้ใหม่ราว 8.8-9 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดที่ประมาณ 875,985 ล้านบาท โดยกว่า 90% เป็นหุ้นกู้ระดับ Investment Grade ที่สามารถออกใหม่เพื่อทดแทนรุ่นเดิมได้

นอกจากนี้ จากที่ปีที่ผ่านมา มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระ 8 ราย มูลค่ากว่า 8,319 ล้านบาท และมีบริษัทขอเลื่อนชำระหนี้ 21 ราย มูลค่ารวมกว่า 59,804 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็ก ขณะที่แนวโน้มในปี 2569 ยังคงมีความเสี่ยงเกิดทั้งหุ้นกู้ผิดนัดชำระและหุ้นกู้เลื่อนกำหนดชำระเพิ่มขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโตเพียงราว 1.5% ซึ่งยังเป็นโจทย์ท้าทายของตลาดการเงินในระยะต่อไป