อนุชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้ความเชื่อมั่นคือโจทย์ใหญ่ของตลาดทุนไทย เสนอรัฐส่งสัญญาณนโยบายชัด สร้างเสถียรภาพการเมือง บังคับใช้กฎหมายจริงจัง พร้อมพัฒนากลไกออม-ลงทุนระยะยาว หวังดึงนักลงทุนกลับเข้าตลาดหุ้น
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวในงาน “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ-ตลาดทุนไทยรอด ?” จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า นโยบายตลาดทุนที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเป็นปัญหาหลักของตลาดทุนไทยในปัจจุบัน
ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่พื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน แต่เป็นเรื่องของมุมมองและการรับรู้ของนักลงทุนต่อตลาดทุนไทย โดยตลาดหุ้นจะปรับตัวล่วงหน้าจากความคาดหวังต่ออนาคต หากภาครัฐสามารถส่งสัญญาณเชิงบวกได้อย่างชัดเจน ก็จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้
“คำถามแรกที่ได้ยินเสมอคือทำไมหุ้นไม่ขึ้น ทั้งที่เรายังมีบริษัทดี ๆ อยู่มาก ตลาดหุ้นขึ้นเพราะเขาคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ตลาดทุนไปก่อนเศรษฐกิจจริงเสมอ เพราะฉะนั้นรัฐต้องส่งสัญญาณให้ชัดว่าประเทศกำลังจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น” นายอนุชากล่าว
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าความชัดเจนของนโยบายรัฐหลังการเลือกตั้ง และการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องตลอดวาระ 4 ปี เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น โดยต้องสร้างเสถียรภาพทางการเมืองควบคู่กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ พรรคยังให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงินการคลัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพดานหนี้ การลดนโยบายที่ไม่จำเป็น และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการสร้างเรื่องราวเศรษฐกิจใหม่ หรือ New Economy เพื่อเป็นจุดขายให้กับนักลงทุน
พร้อมเสนอให้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานกำกับดูแล อย่าง ก.ล.ต. ให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น รวมถึงยกระดับบทบาทและความรับผิดชอบของกรรมการอิสระในบริษัทจดทะเบียน ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงใช้ชื่อเสียง (Big Name) โดยไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ในด้านการออมและการลงทุนระยะยาว โดยเสนอแนวคิดบัญชีออมส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ หรือ Thailand Individual Saving Account เพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนในประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงหุ้นรายตัว ภายใต้เงื่อนไขการถือครองระยะยาว พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทั้งการลดหย่อนภาษีเงินได้ และการยกเว้นภาษีกำไรจากการลงทุนในอนาคต เพื่อดึงเม็ดเงินออมเข้าสู่ตลาดทุนไทย
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยพร้อมผลักดันการปรับปรุงและยกเลิกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตลาดทุน ควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมและสภาพแวดล้อมการลงทุนใหม่ เพื่อให้ตลาดทุนไทยสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และกลับมาเป็นแหล่งลงทุนที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมีความเชื่อมั่น