Skip to content

ประชาธิปัตย์ ชูแก้หนี้ 4 กลุ่มหลัก ย้ำไม่ล้างหนี้ระยะสั้น เน้นวินัยการเงิน-เพิ่มผลิตภาพเศรษฐกิจ

26 ม.ค. 2569 | 14:35น.
ประชาธิปัตย์ ชูแก้หนี้ 4 กลุ่มหลัก ย้ำไม่ล้างหนี้ระยะสั้น เน้นวินัยการเงิน-เพิ่มผลิตภาพเศรษฐกิจ

การดี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแก้หนี้ 4 กลุ่มหลัก ตั้งแต่เกษตรกร-กยศ.-ครู-ครัวเรือน ย้ำไม่ใช่แค่ล้างหนี้ระยะสั้น แต่เป็นการสร้างระบบการเงินที่มีวินัย เป็นธรรม และเอื้อต่อการเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ประชาชาติธุรกิจจัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ ECONOMIC LEADERSHIP “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” เพื่อร่วมกันค้นหาทางรอดของประเทศ จาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ภายใต้ 5 โจทย์สมรภูมิเศรษฐกิจ โดยในสมรภูมิที่ 2 “สงครามหนี้” ได้ตั้งคำถามว่า “คุณจะเร่งแก้ไขหนี้ประเภทไหน และด้วยแนวทางใดที่เป็นรูปธรรมที่สุด”

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปัญหาหนี้เป็นเรื่องซับซ้อน การแก้หนี้ไม่ใช่เพียงการยกเลิกหนี้ แต่ต้องควบคู่กับการสร้างวินัยทางการเงิน และออกแบบโครงสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาว โดยพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการแก้หนี้ 4 กลุ่มหลัก

กลุ่มแรก คือหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นหนี้ที่สามารถสร้างผลิตภาพได้ พรรคเสนอให้รับซื้อหนี้เกษตรกรจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาปรับโครงสร้างใหม่ ลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ พร้อมย้ำว่าการแก้หนี้ต้องไม่หยุดแค่ปลายเหตุ แต่ต้องทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ทั้งการจัดเก็บหนี้ให้สอดคล้องกับฤดูกาลผลิต การบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เช่น น้ำแล้ง น้ำท่วม รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตผ่านระบบสหกรณ์และการใช้เครื่องมือการเกษตรสมัยใหม่

กลุ่มที่สอง คือหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นภาระของเยาวชนตั้งแต่ยังไม่มีรายได้ พรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางแก้หนี้โดยไม่ทำลายวินัยทางการเงิน ผ่านการสนับสนุนให้มีงานทำตั้งแต่ช่วงเรียน เช่น งานธุรการในสถานศึกษา หรือการเชื่อมโยงกับภาคเอกชน เพื่อให้สามารถชำระหนี้หรือบรรเทาภาระหนี้ระหว่างเรียน และใช้กลไกการจับคู่งานกับผู้กู้ที่จบการศึกษาแล้วอย่างเป็นระบบ

กลุ่มที่สาม คือหนี้ครู ซึ่งเป็นหนี้ที่มีความซับซ้อนสูงจากค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากรายจ่ายประจำ พรรคเห็นว่าต้องเริ่มจากการสร้างความเข้าใจทางการเงิน การรีไฟแนนซ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ครูมีเสถียรภาพทางการเงิน และสามารถถ่ายทอดความรู้ด้านวินัยการเงินไปยังนักเรียนได้ในระยะยาว

กลุ่มที่สี่ คือหนี้ครัวเรือน ซึ่งพรรคแสดงความกังวลต่อรูปแบบสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) ที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะที่รายได้ประชาชนไม่ได้เพิ่มขึ้น จึงเห็นว่าถึงเวลาที่รัฐต้องเข้ามากำกับดูแลทั้งแพลตฟอร์มและสถาบันการเงินอย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน

“แก้หนี้ไม่ใช่แค่ยกเลิกหนี้ เราจะต้องสร้างวินัยการเงินในภาพรวม มี 4 เรื่องที่เราให้ความสำคัญ หนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. หนี้ครู และ หนี้ครัวเรือนหรือหนี้ส่วนบุคคล ซึ่งเรามีความกังวลมาก วันนี้มีแพลตฟอร์มสมัยใหม่ Bay Now Pay Later มันน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการกำกับดูแล”

ดร.การดีกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีวินัยทางการเงินและชำระหนี้ดี ควรได้รับรางวัล ไม่ใช่ถูกปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกับผู้ผิดนัดชำระหนี้ โดยเสนอให้พัฒนาระบบเครดิตสกอริ่งที่สะท้อนพฤติกรรมการชำระเงินจริง และเปิดโอกาสให้เริ่มต้นใหม่ เมื่อมีการชำระหนี้คืนแล้ว เพื่อให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่สร้างผลิตภาพได้ในอนาคต

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังเสนอการใช้ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยเฉพาะแรงงานอิสระและแรงงานแพลตฟอร์ม มาเป็นทางเลือกในการประเมินเครดิต (alternative credit scoring) เพื่อดึงแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบสินเชื่อที่เป็นธรรม ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง และตัดวงจรหนี้ซ้ำซ้อนในระยะยาว