Skip to content

แร่เงินทะยาน! รับเทรนด์ AI จีน-ซาอุฯ แห่กวาดเข้าคลังเป็นประวัติการณ์

30 ม.ค. 2569 | 15:27น.
แร่เงินทะยาน! รับเทรนด์ AI จีน-ซาอุฯ แห่กวาดเข้าคลังเป็นประวัติการณ์

ขณะนี้ตลาดโลหะมีค่าเผชิญ ‘ภาวะตื่นเงิน’ เมื่อราคาแร่เงิน (Silver) พุ่งแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ท่ามกลางอุปสงค์เชิงโครงสร้างจาก จีน และ ซาอุดีอาระเบีย ที่เร่งสะสมโลหะเงินเข้าคลัง เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ด้าน AI-พลังงานสะอาด-อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ภาวะตึงตัวด้านอุปทานชัดเจนขึ้นในระดับโลก

Bloomberg ระบุว่า ราคาแร่เงินในจีนซื้อขายกันในระดับที่ แพงกว่าราคาตลาดลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์กลางกำหนดราคาแร่เงินโลก ชี้อุปสงค์ภายในประเทศที่ร้อนแรง แม้จะรวมภาษีนำเข้า (VAT) 13% แล้วก็ตาม

ด้าน MKS PAMP SA ผู้กลั่นโลหะมีค่ารายใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ความต้องการแร่เงินทั่วโลก เพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งจากนักลงทุนรายย่อยและตลาดค้าส่ง

ตื่น “เงิน” ภายใน 1 ปี

แร่เงินปรับราคาขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปีที่ผ่านมา (2024-2025) และยังคงพุ่งแรงต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นอีก 57% ภายในเดือนมกราคม 2026 เพียงเดือนเดียว แรงหนุนสำคัญมาจากการปรับขึ้นของทองคำ และกระแส “Debasement Trade” หรือการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงพันธบัตรและสกุลเงินของรัฐ หันมาถือสินทรัพย์จริงอย่างโลหะมีค่าแทน

Saxo Bank A/S มองว่า ตราบใดที่ราคาซิลเวอร์ในจีนยังซื้อขายในระดับพรีเมี่ยมสูง นักลงทุนในตลาดลอนดอนและนิวยอร์กจะยิ่งเชื่อว่า ราคาปัจจุบันยัง “ต่ำกว่าความเป็นจริง”

จีนแห่โกย “เงิน” เข้าคลัง

ในมุมเศรษฐกิจจีนทางเลือกการลงทุนแร่เงินมีอย่างจำกัด นอกจากการซื้อแท่งเงินและเหรียญแล้ว กองทุนซิลเวอร์ (สินแร่เงิน) ก็เริ่มรับแรงกดดัน

อย่างกองทุน UBS SDIC Silver Futures Fund LOF ซึ่งเป็นกองทุนซิลเวอร์แบบ Pure Play (เพียวเพลย์) หรือธุรกิจที่มุ่งเน้นดำเนินกิจการในอุตสาหกรรมหรือประเภทผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งในประเทศจีนมีเพียงกองทุนนี้อยู่กองทุนเดียว และเพิ่งประกาศระงับการรับเงินลงทุนใหม่ไป หลังราคาซื้อ-ขายสูงกว่ามูลค่าจริงผิดปกติ

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มูลค่าแร่เงินสูงขึ้น คือ ดอลลาร์อ่อน หนุนโลหะมีค่าความต้องการสูงขึ้น ขณะที่ Amundi SA (อมุนดิ) บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มองว่า นักลงทุนทั่วโลกเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์ดอลลาร์ จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และบทบาทสหรัฐในเวทีโลก ส่งผลบวกต่อทองคำและซิลเวอร์

เจมส์ เอ็มเม็ตต์ (James Emmett) ซีอีโอของ MKS PAMP ระบุว่า ความต้องการแร่เงินทั้งตลาดค้าปลีกและค้าส่ง ยังคงสูงกว่าซัพพลายอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการไหลออกของโลหะจำนวนมากไปยังอินเดีย ขณะเดียวกันแร่เงินในคลัง Comex ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าโลหะมีค่าที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลกในหรัฐอเมริกา ถูกจำกัดปริมาณเหตุจากความกังวลด้านภาษี

“ตอนนี้รอเรือไม่ได้แล้ว ความต้องการมันเร่งเกินไป” เอ็มเม็ตต์กล่าว

นักลงทุนจำนวนมากแห่เข้าสู่ตลาดด้วยความกลัวตกขบวน (FOMO) ไล่ซื้อตามราคา ถือครองแร่เงินเป็นทางเลือกแทนทองคำ และเป็นเครื่องมือเก็งกำไรเชิงมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์

ซาอุฯปรับพอร์ต ถือ “เงิน”

ขยับพอร์ตสู่โลหะเงิน หนุนราคาทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ จับตาสัญญาณ Dedollarization รอบใหม่

Binance Square รายงานว่า ราคาแร่เงิน (Silver) ในตลาดโลกปรับตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทะลุ 100 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะประเทศผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ในตะวันออกกลาง อย่าง ซาอุดีอาระเบีย

รายงานระบุว่า ซาอุฯอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ของรัฐ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ “Vision 2030” มีการโยกย้ายเงินลงทุนจากน้ำมันและตราสารทางการเงิน ไปสู่ “สินทรัพย์ที่จับต้องได้” (Hard Assets) ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมที่ถูกกล่าวถึงในตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักวิเคราะห์มองว่า เงินถูกประเมินไปสู่ “วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์” เนื่องจากมีความจำเป็นต่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI), แผงโซลาร์เซลล์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นแกนหลักของการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจโลก

อีกปัจจัยที่ตลาดจับตา คือการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (Public Investment Fund : PIF) ของซาอุฯ มีแนวโน้มลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นและไม่ผูกกับสกุลเงินดอลลาร์โดยตรง สอดคล้องกับแนวโน้มการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (Dedollarization) ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขเงินลงทุนระดับแสนล้านดอลลาร์ที่ถูกกล่าวถึง อาจเป็นการรวมงบประมาณระยะยาวในโครงการเทคโนโลยีและเหมืองแร่หลายโครงการ ไม่ใช่การเข้าซื้อโลหะเงินในคราวเดียว ขณะที่ธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย (SAMA) ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาซิลเวอร์ผันผวนอย่างหนักในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีแรงเก็งกำไรจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันทั่วโลก ขณะที่ระดับราคาที่ปรับขึ้นรวดเร็วอาจนำไปสู่ความผันผวนสูงในระยะสั้น แม้ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น