Skip to content

AIS เขย่า ‘ปันผล’-ลุ้นแบงก์ขยับ สถิติใหม่ ปี’68 บจ.ไทยแจกพุ่ง 6 แสนล้าน

09 ก.พ. 2569 | 08:06น.
AIS เขย่า ‘ปันผล’-ลุ้นแบงก์ขยับ สถิติใหม่ ปี’68 บจ.ไทยแจกพุ่ง 6 แสนล้าน

นับเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาเขย่าวงการตลาดหุ้นอย่างมาก เมื่อ “บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส” หรือ ADVANC (AIS) ประกาศเตรียมจ่ายเงินปันผลในงวดครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น และอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 19.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่อัตรา 34.30 บาทต่อหุ้น เป็นการคืนกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นแบบ “เต็มเม็ดเต็มหน่วย”

AIS จ่ายปันผลพิเศษ

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ชี้ว่า เงินปันผลพิเศษจำนวน 19.00 บาทต่อหุ้น จะถือเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เนื่องจากจะเป็นการใช้กำไรสะสมออกไปจนเกือบหมด จนเหลือระดับต่ำ โดย ADVANC เน้นย้ำว่า เงินปันผลพิเศษนี้จะจ่ายจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นหลัก ไม่ได้มาจากการกู้ยืม

ขณะที่แหล่งเงินทุนสำหรับงบฯลงทุนและการลงทุนใหม่ ๆ จะมาจากเงินกู้ยืมเป็นหลัก แทนที่จะมาจากบริษัท สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA จะยังอยู่ต่ำกว่า 2.5 เท่า ซึ่งจะไม่ทำให้บริษัทตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือทางด้านหนี้

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ชี้ว่า ADVANC ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ 19.00 บาทต่อหุ้น เพื่อเพิ่มการกู้เงินในช่วงดอกเบี้ยต่ำ และใช้ฐานกำไรสะสมที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรสะสมจะลดลงจาก 8.15 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 เหลือ 2.57 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 ทำให้โอกาสในการจ่ายเงินปันผลพิเศษในอนาคตมีจำกัดมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทระบุชัด ว่าลำดับความสำคัญยังคงเป็นการจ่ายเงินปันผลปกติและการเติบโตของผลประกอบการ

กราฟิก คาดการณ์แบงก์จ่ายเงินปันผล ปี 2568

บจ.ไทยแจกปันผลพุ่ง 6 แสนล้าน

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดว่าปีนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (บจ.) หลายแห่ง จะยังคงจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา จากปี 2568 ที่ บจ.ไทย 581 แห่ง จ่ายเงินปันผลมูลค่า 650,000 ล้านบาท สูงขึ้นประมาณ 10% จากปีก่อนหน้า และเมื่อรวมกับการซื้อหุ้นคืนจะมีมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร

โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่มีการปรับมาดำเนินนโยบายจ่ายเงินปันผลมากขึ้น เพื่อคืนกำไรให้กับผู้ถือหุ้น ในภาวะที่สินเชื่อไม่ค่อยขยายตัว ขณะที่หุ้นกลุ่มปันผลสูง (SETHD) ให้ผลตอบแทนรวม (Total Return) ถึง 11.32% เทียบกับผลตอบแทนตลาดหลักทรัพย์ฯ SET ที่ -6% ต่างกันเกือบ 20%

“เซ็กเตอร์หลัก ๆ ที่จ่ายเงินปันผลเยอะ ๆ ก็คือ แบงก์ ในปีที่แล้ว มองไปข้างหน้าเขาก็ใช้นโยบายปันผลเยอะขึ้น โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ที่เดิมไม่ค่อยได้ปันผลเยอะ ก็ปรับขึ้นมา จากเดิมจะมีแค่ TISCO ที่จ่ายเยอะ ๆ แต่ปีที่แล้ว SCBX ก็จ่ายเยอะ ก็เกือบทุกแบงก์ก็ใช้วิธีนี้ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะยังเป็นเหมือนปีที่แล้ว ถ้าสินเชื่อยังไม่ได้ขยายตัวมาก”

นายศรพลกล่าวอีกว่า แนวทางจ่ายเงินปันผลดังกล่าว สอดคล้องกับบริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นที่ทำโครงการ Value up ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และส่วนหนึ่งที่ทำให้หุ้นปรับตัวขึ้น ก็คือ การซื้อหุ้นคืน กับการจ่ายเงินปันผลที่มากขึ้น ส่วนกรณี ADVANC ที่จ่ายปันผลสูง มองว่าเป็นปัจจัยเฉพาะมากกว่า

ลุ้นหุ้นแบงก์เพิ่มอัตราจ่าย

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คงยากที่จะมี บจ.อื่นหรือแบงก์จ่ายเงินปันผลสูงเหมือนกรณี ADVANC ที่น่าจะจ่ายอัตราเกินกว่า 100% เพราะมีปันผลพิเศษด้วย จากปกติก็จ่ายสูงอยู่แล้ว ซึ่งสามารถทำได้เนื่องจาก Cash Flow หรือกระแสเงินสดของ ADVANC มีสูงมาก

ธนเดช รังษีธนานนท์
ธนเดช รังษีธนานนท์

“ส่วนแบงก์คงไม่ทำแบบนั้น แบงก์คงจะจ่ายสูงสุด ก็ 80-90% อย่าง บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) จ่าย 80% และที่จ่ายมากกว่า ก็คือ กลุ่มทิสโก้ (TISCO) แต่ก็ไม่ถึง 90% เนื่องจากแบงก์มีธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับอยู่ เวลาจะทำอะไร ก็จะมีการตรวจสอบว่าทำได้ประมาณไหน จะไปทำเกินกว่านั้นคงไม่ได้ แล้วเวลาจะจ่ายปันผล ก็ต้องมีการกันเงินไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่อยู่ ๆ จะทำเลย ดังนั้น ความคาดหวังเรื่องปันผลพิเศษของแบงก์ คิดว่าคงไม่มี แต่แบงก์ไหนจะจ่ายเพิ่ม ต้องลุ้น”

ทั้งนี้ แบงก์ที่มีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล จากการวิเคราะห์ของ บล.พาย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL), ธนาคารไทยเครดิต (CRADIT), ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP), ธนาคารกรุงไทย (KTB) เนื่องจากระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยในส่วนของ KBANK, KTB ปัจจุบันมีโครงการซื้อหุ้นคืน (KBANK ระหว่าง 14 พ.ย. 2568-13 พ.ค. 2569)

นอกจากนี้ บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) ก็มีโอกาสเพิ่มนโยบายการจ่ายเงินปันผล จากสภาพคล่องส่วนเกินที่อยู่ระดับสูง ส่วนธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) โครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่ 2 สิ้นสุดแล้ว (ระหว่าง 22 ม.ค.-4 ก.พ. 2569) ด้าน SCB, TISCO มีโอกาสคงนโยบายการจ่ายเงินปันผล เพราะจ่ายในระดับสูงมากแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AIS เอไอเอส จ่ายปันผล แบงก์