เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
Politics ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
Politics ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
ดูทั้งหมด

อเบอร์ดีน ชี้ปี’69 ตลาดเกิดใหม่จ่อทำผลงานโดดเด่น คาดผลตอบแทนชนะสหรัฐ

23 ก.พ. 2569 | 17:32น.
อเบอร์ดีน

บลจ.อเบอร์ดีน มองปี 2569 เป็นจังหวะเด่นของตลาดเกิดใหม่ จ่อทำผลงานโดดเด่น กำไรโตต่อเนื่อง มูลค่าหุ้นยังถูก รับแรงหนุนวัฏจักรการลงทุนทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ชี้ตลาดเกิดใหม่-เอเชีย มีโอกาส outperform ตลาดสหรัฐ คาดกำไรต่อหุ้น โต 18% 

นางสาวพฤกษา เอี่ยมธงทอง Head of Equities บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets: EM) เริ่มต้นปี 2569 ด้วยภาพการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงหนุนของวัฏจักรการลงทุนทั่วโลก (capex cycle) ที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI การผลิตอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนโลก ซึ่งกำลังกระจายเม็ดเงินและผลกำไรไปสู่อุตสาหกรรมจุดแข็งของ EM อาทิ ฮาร์ดแวร์อุตสาหกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy transition)

ในปี 2568 ตลาดเกิดใหม่ทำผลงานเหนือความคาดหมาย โดยดัชนี MSCI EM ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 ปรับตัวขึ้นถึง 34% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของ MSCI EM ในปี 2569 จะอยู่ราว 18% สูงกว่า S&P 500 ที่ 14.8% และ MSCI World ที่ 12%

“ปีนี้เราค่อนข้าง Bullish ต่อ Asia และ EM และมองว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทน outperform ตลาดสหรัฐได้” นางสาวพฤกษากล่าว

ด้านมูลค่า (Valuation) ตลาดเกิดใหม่ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย Forward P/E ของ EM อยู่ราว 15 เท่า ต่ำกว่า S&P 500 ที่ประมาณ 26 เท่า และ MSCI World ที่ราว 24 เท่า ช่องว่างด้านมูลค่านี้สะท้อนโอกาสผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk-reward opportunity) ที่ดีกว่า ในช่วงที่ตลาดพัฒนาแล้วเผชิญราคาหุ้นที่ตึงตัวและความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท

นางสาวพฤกษาระบุว่า ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของ EM มากกว่าความผันผวนระยะสั้น ทั้งกำไรที่เติบโตเหนือกว่าและมูลค่าที่ถูกกว่าตลาดสหรัฐ ประกอบกับเงินลงทุนทั่วโลกที่ไหลเข้าสู่จุดแข็งของภูมิภาค โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ เทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้า และอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ ทำให้เส้นทางการเติบโตของปีนี้มีความชัดเจนและมั่นคงมากขึ้น เมื่อเทียบกับสิบปีก่อน ตลาดเกิดใหม่มีงบดุลแข็งแรงขึ้น สกุลเงินมีเสถียรภาพ และมีทิศทางกำไรที่ชัดเจนกว่าเดิม สะท้อนว่าระยะถัดไปของการเติบโตเศรษฐกิจโลกกำลังก่อตัวขึ้นในตลาดเกิดใหม่

เอเชียยังคงเป็นหัวใจหลักของการเติบโตใน EM จากระบบนิเวศเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและบทบาทสำคัญในซัพพลายเชนโลก โดยเกาหลีใต้และไต้หวันยังคงเป็นผู้นำ ได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่หน่วยความจำ อุปกรณ์พลังงานสมัยใหม่ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทำให้ทั้งสองตลาดมีฐานรายได้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น รองรับวัฏจักรเทคโนโลยีโลกได้อย่างแข็งแรง

สำหรับจีน แม้การบริโภคและภาคอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศยังเผชิญแรงกดดัน แต่จีนยังโดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง และระบบ AI ที่มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้การฟื้นตัวของผู้บริโภคต้องใช้เวลา แต่ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีของจีนยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมในตลาดเกิดใหม่

ขณะที่อินเดียเริ่มต้นปี 2569 ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น หลังปี 2568 เผชิญแรงกดดันจากมูลค่าหุ้นที่สูงและความอ่อนแอของภาค IT แต่ยังคงเห็นการเติบโตของกำไรต่อหุ้นราว 10% และคาดว่าในปีนี้ EPS จะเร่งขึ้นแตะ 16% จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างสหรัฐ และอินเดียที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากร ซึ่งเคยกดดันตลาดหุ้นอินเดียในปีก่อน

ส่วนละตินอเมริกายังมีโอกาสลงทุนแบบคัดเลือก เน้นอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับเทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้าและการย้ายฐานการผลิต แม้จะเผชิญความผันผวนทางการเมืองในหลายประเทศ แต่ภูมิภาคยังโดดเด่นด้วยทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ เช่น ทองแดงและยูเรเนียม ขณะที่เม็กซิโกได้แรงหนุนจากการเชื่อมโยงซัพพลายเชนกับสหรัฐที่ลึกขึ้น

นางสาวพฤกษากล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผสานความชัดเจนด้านกำไรของเอเชียเข้ากับข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรของละตินอเมริกา ภาพเชิงกลยุทธ์จึงชัดเจน โดยยังให้น้ำหนักลงทุนในเอเชียสูงกว่า และเสริมด้วยการคัดเลือกหุ้นรายตัวที่ได้รับอานิสงส์จากทรัพยากรและแร่สำคัญ

ทั้งนี้ อเบอร์ดีนแนะนำกองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ (ABGEM) เป็นทางเลือกการลงทุนหุ้น EM แบบกระจายความเสี่ยง โดยมีสัดส่วนลงทุนจีน 24-25% ไต้หวัน 18% เกาหลี 18% และอินเดีย 12% ให้น้ำหนักกลุ่มเทคโนโลยี 34% การเงิน 23% และกลุ่มโทรคมนาคม ค้าส่งค้าปลีก และอุตสาหกรรมรวม 11% ใช้กระบวนการคัดเลือกหุ้นคุณภาพ เน้นบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน งบดุลแข็งแกร่ง การเติบโตของกำไรที่ยั่งยืน และคำนึงถึง ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนมั่นคงในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น ตลาดเกิดใหม่