เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
Business ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
เศรษฐกิจภูมิภาค สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
Business ‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
Economic คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
Uncategorized สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
Economic ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Tech คนไทยยืนหนึ่งใช้ Gemini เรื่อง ‘ไลฟ์สไตล์’ ชอบหาไอเดียแต่งบ้าน-สูตรอาหารเริ่ด ๆ
Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
Biz Movement Yell ขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย เปิดออฟฟิศที่ 8 นครเฉิงตู หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดจีน
ดูทั้งหมด

กนง. มีมติ 4 ต่อ 2 ลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี

25 ก.พ. 2569 | 14:04น.
กนง.

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 ลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติ 4 ต่อ 2 ลดดอกเบี้ย 0.25% จากระดับ 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะมีกรรมการ กนง.เพียง 6 ท่าน จากปกติจะมี 7 คน เนื่องจากนายรพี สุจริตกุล ได้ลาออกก่อนครบวาระ และอยู่ระหว่างการคัดเลือกกรรมการเข้ามาใหม่

ทั้งนี้ เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิม ตามแนวโน้มราคาพลังงาน และมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม รวมถึงแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่มีจำกัดตามเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ

ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อีกทั้งสภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.00% เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ขณะที่กรรมการ 2 ท่านเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% โดยเห็นว่านโยบายการเงินปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ คณะกรรมการให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง รวมทั้งขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัด ภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูง และเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอ และสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

โดยเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ รวมทั้งมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดอื่น

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราวในช่วงปลายปี แต่อีกส่วนหนึ่งจากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุนและการส่งออกสินค้า ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจปี 2569 และ 2570

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยแม้การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นสำคัญและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจลดลงกว่าในอดีต

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปี 2568 ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐ ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และการแข็งค่าของเงินบาท

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 และ 2570 มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม และถูกกดดันเพิ่มเติมจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้จากช่วงครึ่งแรกของปี 2570 เป็นช่วงครึ่งหลังของปี อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากที่ประเมินไว้เช่นกัน และทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอยู่ในระดับต่ำสะท้อนจากราคาสินค้าและบริการที่ไม่ได้ปรับลดลงเป็นวงกว้าง โดยอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางปรับลดลงบ้างแต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย คณะกรรมการเห็นควรให้ติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด

อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น

ขณะที่สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง คณะกรรมการเห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านของนโยบายการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ปรับแข็งค่าตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ และปัจจัยเฉพาะของไทย โดยการแข็งค่าของเงินบาทซ้ำเติมภาวะการเงินของผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงและอัตรากำไรต่ำ คณะกรรมการกังวลต่อเงินบาทที่มีสัญญาณแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงเห็นควรให้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินประสิทธิผลและความเพียงพอของมาตรการเกี่ยวกับธุรกรรมทองคำและธุรกรรมทางการเงินอื่นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงอยู่ในระดับผ่อนคลายเพียงพอ และสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า อีกทั้งสนับสนุนให้เงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะปานกลาง

ในขณะเดียวกัน ควรติดตามนัยของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อการสะสมความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง และให้ความสำคัญกับขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง.