SET วันนี้ผันผวน วางแนวรับ 1,550 จุด ชู SPRC-TRUE เด่น
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET วันนี้แกว่งผันผวน หลังร่วงแรงมีโอกาสรีบาวด์ทางเทคนิค แต่ยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัว วางแนวรับ 1,550-1,540 จุด แนวต้าน 1,570-1,580 จุด จับตาน้ำท่วมกดดันบรรยากาศลงทุน ขณะที่ Bond Yield สหรัฐสูง และ Fund Flow ไหลออก แนะ Selective Buy ชู SPRC-TRUE
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (1 ต.ค. 2569) ว่า ดัชนี SET มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน หลังปรับตัวลงแรงในวันก่อนหน้า โดยอาจเห็นการฟื้นตัวทางเทคนิคในระยะสั้น แต่ยังไม่พบสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหว ให้แนวรับที่ 1,550 และ 1,540 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,570 และ 1,580 จุด หลัง SET วันที่ 30 ก.ย. 2569 ปิดที่ 1,559.01 จุด ลดลง 35.29 จุด หรือ 2.21% มูลค่าซื้อขาย 121,003.14 ล้านบาท
ปัจจัยในประเทศ ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งแม้ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะอยู่ในวงจำกัด แต่ยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นและบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นระยะสั้น โดยกรมชลประทานคาดว่ามวลน้ำเหนือจะไหลผ่านลุ่มเจ้าพระยาในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงระหว่างวันที่ 1-4 ต.ค. ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีพายุฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 5-8 ต.ค. ซึ่งอาจกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม หลังน้ำลด หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมบ้านมีโอกาสได้รับประโยชน์ ได้แก่ HMPRO, GLOBAL และ DCC
นอกจากนี้ การระงับรับสินค้าขาเข้า-ขาออกและสินค้าถ่ายลำของ THAI ที่คลังสินค้าสุวรรณภูมิช่วงวันที่ 1-6 ต.ค. อาจทำให้เกิดปัญหาคอขวดและสินค้าตกค้าง โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปขนส่งทางเรือได้ทัน จึงมองเป็นลบระยะสั้นต่อ DELTA, KCE, HANA รวมถึง THAI, III และ WICE
ขณะเดียวกัน BOI นำคณะภาครัฐและเอกชนเยือนกรุงโซล เพื่อหารือแผนลงทุนกับบริษัทเกาหลีใต้ หวังดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมสมาร์ตแมนูแฟกเจอริ่ง หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมองเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นนิคมอุตสาหกรรม WHA และ AMATA
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทรงตัวในระดับสูง และกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติ ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ สร้างความเสี่ยงต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อทั่วไป PCE เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน และ Core PCE เพิ่มขึ้น 3.0% ซึ่งต่ำกว่าตลาดคาด สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่ได้เร่งตัวเป็นวงกว้าง และช่วยลดแรงกดดันที่เฟดจะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.29% ยังเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง และเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC, SAWAD และ TIDLOR
ขณะที่รัสเซียขยายมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลถึงวันที่ 31 ต.ค. 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ ประกอบกับโรงกลั่นขนาดใหญ่ในอินเดียกำลังผลิตประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวันได้รับความเสียหาย ทำให้อุปทานตึงตัวมากขึ้น และหนุนราคาดีเซลในตลาดโลกกับค่าการกลั่น โดยมองเป็นบวกในระยะสั้นต่อ TOP, SPRC, PTTGC และ IVL
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Selective Buy และเน้น Buy on Dip ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทั้งกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม หุ้นอิงการบริโภคในประเทศ รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยวที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ไฮซีซันในไตรมาส 4/2569
ส่วน Daily Top Picks ได้แก่ SPRC ได้ปัจจัยหนุนจากแนวโน้มอุปทานน้ำมันและค่าการกลั่น ให้เป้าหมายระยะสั้น 14.60 บาท และ TRUE ซึ่งคาดได้รับผลกระทบจำกัดจากน้ำท่วมและปัจจัยภายนอก พร้อมประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ที่ 6.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อน และ 1.3% จากไตรมาสก่อน ให้เป้าหมายระยะสั้น 12.90 บาท