EXIM BANK เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน สินเชื่อปล่อยใหม่ทะลุ 4 หมื่นล้านบาท
EXIM BANK เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2569 สินเชื่อปล่อยใหม่ทะลุ 4 หมื่นล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้างเฉียด 1.8 แสนล้านบาท เติมสภาพคล่อง รับมือโลกการค้าใหม่ เยียวยาวิกฤต พร้อมเดินหน้าโครงการเมืองคาร์บอนต่ำ
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกสะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวน พร้อมสร้างโอกาสเติบโตในโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และมุ่งเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนและเสริมสภาพคล่อง การบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ และการสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทางของรัฐบาล
สำหรับผลประกอบการด้านการสนับสนุนทางการเงินและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่จำนวน 40,734 ล้านบาท ยอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพัน 179,572 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจ
ขณะเดียวกัน EXIM BANK เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการให้สินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG Financing) จำนวน 87,330 ล้านบาท คิดเป็น 48.63% ของยอดคงค้างรวม เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ EXIM BANK ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ยังร่วมกับธนาคารโลกและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project) โดย EXIM BANK ได้รับเงินกู้จากธนาคารโลกวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำไปสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service Companies: ESCOs) ที่ผ่านเกณฑ์ สำหรับลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการ
ด้านคุณภาพสินทรัพย์และความมั่นคงทางการเงิน EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการดูแลลูกค้าเชิงรุก โดยมีอัตราสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.29% และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 237.87%
นายชลัช กล่าวว่า ด้านการบริหารความเสี่ยงและการสร้างโอกาสทางการค้า EXIM BANK สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการกระจายตลาด การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศที่มีศักยภาพ มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพันเพื่อการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers จำนวน 28,157 ล้านบาท และวงเงินอนุมัติใหม่ 7,684 ล้านบาท
สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนการขยายธุรกิจและสร้างโอกาสเติบโตในตลาดใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ ทั้งความเสี่ยงด้านการชำระเงิน ความผันผวนของตลาด และความเสี่ยงจากประเทศคู่ค้า โดยมีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันจำนวน 140,985 ล้านบาท ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจและขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่งเกิดอุทกภัยในกรุงเทพมหานครและหลายพื้นที่ของประเทศ EXIM BANK ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ผ่านการบรรเทาภาระหนี้และเสริมสภาพคล่อง อาทิ การขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงินและวงเงินกู้ระยะสั้นสูงสุด 210 วัน การเปลี่ยนหนี้ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาว
โดยผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี การขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ระยะยาวได้สูงสุด 7 ปี การพักชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี และการเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวไม่เกิน 20% ของวงเงินเดิม วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท และล่าสุดได้ออกมาตรการ “เติมเงินฉุกเฉิน” เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาสภาพคล่อง ฟื้นฟูกิจการ และกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
นายชลัช กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2569 และระยะต่อไป EXIM BANK มุ่งยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน สู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ร่วมสร้างโอกาสและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยมุ่งสร้างความแตกต่างใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
มิติแรก การสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ให้เศรษฐกิจไทย โดย EXIM BANK จะมุ่งเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกรายใหม่ โดยเฉพาะ SMEs และธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนการต่อยอดโมเดลธุรกิจไทยสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมถึงธุรกิจ Franchise เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้จากต่างประเทศให้แก่ผู้ประกอบการไทย
มิติที่สอง การเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทยรับมือกับความท้าทาย โดย EXIM BANK พร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ และความเสี่ยงทางการค้า ผ่านมาตรการทางการเงินที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการและเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง
มิติที่สาม การเปลี่ยนความท้าทายด้าน ESG ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ โดย EXIM BANK พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวตามกติกาการค้าโลก ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการสนับสนุนเงินทุนสำหรับการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด