SET ร่วงภาคบ่าย นลท.ขายลดความเสี่ยงสงครามการค้า สัปดาห์หน้าจับตา “ตัวเลขจีดีพี Q1-ประชุมพรรคภูมิใจไทย”

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเฮ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 พ.ค.62 ว่า โมเมนตัมตลาดโดยรวมค่อยๆ Sideway Down ลงไปเรื่อยๆ หลักๆ จุดสำคัญอยู่ที่ปัจจัยต่างประเทศ โดยวันนี้ช่วงภาคบ่ายตลาดเริ่มกลับมากังวลประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และกลับมากดดันกับปัจจัยการเมืองในประเทศ หลังจากช่วงที่ผ่านมาตลาดกังวลไปรอบหนึ่งแล้ว โดยประเด็นข้อพิพาทการค้าดูจะยืดเยื้อไปกว่านี้แล้วเพราะเห็นสัญญาณของการพูดคุยกันได้ยาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โมเมนตัมภาคบ่ายถอยกันลงมาหมด

โดยตลาดดาวนโจนส์ฟิวเจอร์ช่วงภาคบ่ายพลิกเป็นลบค่อยข้างมาก และกดดันตลาดยุโรปเปิดมาติดลบเฉลี่ย 0.3% ประกอบกับตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงวันหยุดยาว ช่วงสุดสัปดาห์นี้ 3 วัน ก็อาจจะมีนักลงทุนลดความเสี่ยงไม่อยากข้ามไป เพราะระหว่างวันหยุดอาจจะเกิดปัจจัยเข้ามากระทบได้ ทำให้ท้ายสัปดาห์มีแรงเทขายออกไป โดยปิดตลาดที่ 1,608.11 จุด ลดลง 6.64 จุด หรือ 0.41% ขณะที่ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 47,013.92 ล้านบาท โดยในระยะสั้นโมเมนตัมยังไม่ค่อยดี ยังถอนไปเรื่อยๆ สัปดาห์หน้า (20-24 พ.ค.62) ต้องกลับมาดูกันในภาพรวมว่า สัญญาณสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมันรุนแรงขึ้นหรือไม่ และยืดเยื้อขนาดไหน และปัจจัยในประเทศสัปดาห์หน้าช่วงวันที่ 21 พ.ค.62 จะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/62 โดยตัวเลขที่ตลาดประมาณการอยู่ที่ 2.9%

สำหรับ บล.เมย์แบงก์ กิมเฮ็ง (ประเทศไทย) ประมาณการไว้แถว ๆ บริเวณ 3-3.1% ซึ่งตัวเลขที่ตลาดประมาณการน่าจะไม่ค่อยดีนักเพราะการขยายตัวชะลอลงพอสมควร และทั้งปีตลาดประมาณการไว้ 3.8% ซึ่งดูเหมือนตัวเลขไตรมาส 1 อกอมาแค่ประมาณ 2.9% ดูเหมือนมี Downside ของประมาณการทั้งปีของจีดีพีไทย

“หากวันที่ 21 พ.ค.62 ตัวเลขประมาณการจีดีพีที่ตลาดมองที่ 2.9% ออกมาตามนี้ โมเมนตัมแบบนี้มองว่า ตลาดมีโอกาสที่จะปรับคาดการณ์ของจีดีพีทั้งปีลงมา เพราะไม่น่าจะเพียงพอดันให้ทั้งปีโต 3.8% ได้” นายวิจิตรกล่าว

สัปดาห์หน้าโมเมนตัมต้องกลับมาดูตัวเลขเศรษฐกิจไทยให้เข้มขั้นมากขึ้น เพราะมีตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ที่เตรียมประกาศ และเรื่องทิศทางการเมืองในประเทศเพราะต้นสัปดาห์หน้า (20 พ.ค.62) ท่าทีการประชุมพรรคภูมิใจไทยโมเมนตัมจะเป็นแบบไหน ซึ่งสัปดาห์หน้าประเด็นร้อนแรงทั้งการเมืองไทยและตัวเลขเศรษฐกิจไทย รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ต้องจับตามอง

โดยมองกรอบแนวรับจิตวิทยาแรกที่ 1,600 จุด ถ้าโซนนั้นเอาไม่อยู่ต้องดูแนวรับที่สองที่โซน 1,580 จุด ส่วนแนวต้านหลักที่ไม่ควรหลุดลงมาที่ 1,620 จุด การขยับตัวกรอบดัชนีสักประมาณ 20 จุด โมเมนตัมแบบนี้ต้องระมัดระวังเพราะตลาดรีบาวด์จะโดนขายตลอด ยิ่งเป็นหุ้นกลุ่ม Global Play โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น ปิโตรเคมี


กลยุทธ์ลงทุนช่วงนี้หากรับความเสี่ยงได้ต่ำแนะนำอย่าพึ่งลงทุน รอสัญญาณชัดเจนกว่านี้ก่อน ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สวิทซ์ไปหาหุ้นที่โมเมนตัมยังไปภาพของการเติบโตได้อยู่ในช่วงไตรมาส 2/62 ที่ผลประกอบการจะรีบาวด์กลับมาและตัวธุรกิจไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นต่างประเทศมากนัก