สารพัดปัจจัยเสี่ยงกดดันตลาด ญี่ปุ่นร่วมแบนหัวเว่ย-จับตาไทยเลือกประธานสภา

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุนอิสระ เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 24 พ.ค.62 ว่าปัจจัยภายนอกเรื่องของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ยังเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันอาจลุกลามไปมากกว่าการทำสงครามการค้าระหว่างสองประเทศแล้ว หลังจากที่บริษัทเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Panasonic และ ARM ประกาศยกเลิกการทำธุรกิจ (แบน) Huawei ตามคำสั่งสหรัฐฯ

ฟากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่าการแบน Huawei เป็นส่วนหนึ่งของการเจาจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีนยังมีจุดยืนว่าต้องการเจรจาการค้าด้วยความจริงใจ ไม่ใช่นำการแบน Huawei มาบีบบังคับเพื่อหวังการเจรจา โดยหลังจากที่สงครามการค้าฯ ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้เม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) เบื้องต้นในเดือน พ.ค.62 ไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) กว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ วันนี้จะเป็นวันเปิดประชุมสภา แม้มีบางกระแสข่าวออกมาว่าพรรคการเมืองได้มีการเจรจากันเพื่อจับมือจัดตั้งรัฐบาลแล้วก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการได้รัฐบาลเสียงข้างมากยังเป็นไปได้ยาก และในวันพรุ่งนี้ (25 พ.ค.62) จะต้องจับตาการเลือกประธานสถาว่าจะมาจากขั้วอำนาจใด ดังนั้น เมื่อสารพัดปัจจัยเชิงลบจากทั้งในและนอกประเทศยังกดดันตลาดจึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีวันนี้ว่าอาจเคลื่อนไหวหลุด 1,600 จุด โดยประเมินแนวรับใหม่ไว้ที่ 1,590 จุด


“ประเมินว่าวันนี้อาจเห็นตลาดเคลื่อนไหวเป็นบวกในช่วงเช้า แต่จะปรับลดลงในช่วงครึ่งบ่าย ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำให้ระมัดระวังและลดน้ำหนักการลงทุนลงก่อน เนื่องจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังไหลออกแน่นอน” นายประกิตกล่าวสรุป