ต่างชาติปรับพอร์ตรับ MSCI ส่งหุ้นไทยบวก 4.33 จุด

An electronic board shows stock movements at a private trading firm in Bangkok on June 18, 2012. Asian markets surged on June 18 and the euro rose after Greek pro-austerity parties won enough votes to form a government, but optimism it will stay in the eurozone was tempered with warnings that the future remains uncertain. AFP PHOTO/ Nicolas ASFOURI

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยภายรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 24 พ.ค.62 ปิดตลาดที่ดัชนี 1,614.12 จุด เพิ่มขึ้น 4.33 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.27% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 55,153.38 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนมาจากแรงซื้อหุ้นขนาดกลางและใหญ่ที่มีรายชื่อว่าจะได้เข้าไปคำนวณในดัชนี MSCI ใหม่ที่จะมีผลในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มปรับพอร์ตลงทุนตามน้ำหนักการลงทุนใหม่ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ไปจนถึงต้นสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ มองว่าตลาดหุ้นเริ่มซึมซับปัจจัยเสี่ยงทั้งเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และการเมืองในประเทศไปบ้าง โดยส่วนของการเมืองในประเทศมองว่าการเปิดประชุมสภาวันนี้เป็นการเดินหน้าตามกระบวนการรัฐสภาและถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดี


ในส่วนของกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีมองกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1,590-1,605 จุด เป็นพื้นที่สำคัญ โดยสามารถลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีความน่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มโรงกลั่น แม้มีความเสี่ยงเรื่องผลดำเนินงานที่อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภาพนอกประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานเริ่มมีความน่าสนใจ โดยราคาหุ้นปรับในกลุ่ม ได้แก่ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และบมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ปรับลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Price to Book Value: P/BV) ทำให้โอกาสที่จะปรับลดลงเริ่มมีจำกัดจึงแนะนำให้หาจังหวะเข้าซื้อ รวมถึงแนะนำซื้อเก็งกำไรในหุ้นที่จะเข้าคำนวณใน MSCI โดยเลือกลงทุนในกลุ่มที่มีการถือครองน้อย หรือลงทุนในหุ้น MSCI Small Cap ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า อ้างอิงจากสัปดาห์นี้ที่หลุดแนวรับ 1,600 จุด ไปอยู่ที่ 1,599.10 จุด หรือหลุดแนวรับเพียงเล็กน้อย จึงประเมินว่าหากดัชนีสามารถเคลื่อนผ่าน 1,617 จุดได้ มีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวได้ต่อ และหากสามารถเคลื่อนผ่าน 1,627 จุดได้