ออมสินลงทุนถือหุ้น 25% บล.เอเอสแอล หนุนบริการครบวงจร จ่อเข็นเข้าตลาดปี 63-64

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้มีการศึกษาที่จะร่วมลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์มาเกือบปีแล้ว โดยมีการศึกษาในรายละเอียดว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดที่เหมาะสม ที่จะสร้างผลประโยชน์ส่วนเพิ่ม และเป็นการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในระยะยาว รวมถึงสนับสนุนการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรมากขึ้นในการเพิ่มช่องทางให้บริการแก่ลูกค้า โดยตัดสินใจลงทุนถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL ในสัดส่วน 25% ของทุนจดทะเบียนที่ 696 ล้านบาท

“เราลงทุนในราคาพาร์คือทุนเท่าไรก็ใช้ราคาพาร์ ซึ่งปัจจุบัน บล.เอเอสแอลมีทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท ธนาคารก็ลงทุนไปในสัดส่วน 25% ซึ่งเป็นในส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมขายหุ้นให้กับธนาคารออมสิน และมีส่วนที่เพิ่มทุนเล็กน้อยขึ้นมาเพื่อให้เป็น 696 ล้านบาท ซึ่งในโอกาสต่อไปเมื่อบริษัทมีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็อยากจะผลักดัน ASL เข้าตลาดหลักทรัพย์ ที่เป็นแผนที่วางไว้ คาดว่าประมาณ 1-2 ปีข้างหน้านี้” นายชาติชายกล่าว

ทั้งนี้ขอบเขตความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์ม MyMo ของธนาคาร เพื่อให้ลูกค้ารายย่อย ลูกค้ารายใหญ่ และลูกค้าสถาบัน ที่มีอยู่กว่า 22 ล้านคน สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าของทั้งธนาคารออมสินและเอเอสแอลนั้น เป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงกันคือ ลูกค้ากลุ่ม Medium to Low โดยกลุ่มคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ถือเป็นฐานใหญ่ที่มีสัดส่วนมากกว่า 70% ที่พร้อมจะลงทุน

หลังจากนี้ต้องมาคุยกันในเรื่องที่จะเชื่อมโยงระบบและการใช้เครื่องมือของทั้งสองฝ่ายให้เป็นประโยชน์ เนื่องจากเป็นการเทรดออนไลน์ จะทำให้ธนาคารเข้าถึงลูกค้าได้กว้างมากขึ้น ซึ่งแพลตฟอร์ม MyMo จะสามารถให้บริการลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์ได้ โดยคาดว่าน่าจะเริ่มให้บริการภายในสิ้นปีนี้หรือช่วงต้นปี 2563

ทั้งนี้ปัจจุบันแพลตฟอร์ม MyMo สามารถซื้อสลากออนไลน์ได้ และกำลังขึ้นระบบที่จะให้ลูกค้าซื้อประกันออนไลน์ได้ด้วย ส่วนระบบซื้อขายหลักทรัพย์ก็ต้องเชื่อมระบบการซื้อขายผ่านทางมือถือได้ อย่างไรก็ดีปัจจุบันนี้ บล.เอเอสแอลถือเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่เทรดออนไลน์ครบวงจร โดยระบบเทรดบนออนไลน์ถ้าดูสัดส่วนมีลูกค้าประมาณ 95%

 

อย่างไรก็ดี ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนที่นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ประเภทเงินฝาก สลากออมสิน และกองทุนรวมที่ประชาชนคุ้นเคย โดยนำเสนอผ่านช่องทาง Online ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดทุนของนักลงทุนรายย่อย อันจะเป็นส่วนช่วยพัฒนาการเติบโตของตลาดทุนไทยต่อไป ขณะที่พนักงานของทั้ง 2 หน่วยงานจะได้รับการพัฒนาจากการอบรมความรู้ในธุรกิจ โดยธนาคารออมสินกำหนดเป้าหมาย Banker to Broker ให้พนักงานธนาคารออมสินสามารถนำเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนในหลักทรัพย์ให้ลูกค้าได้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมอีกช่องทางหนึ่ง

“ตามที่ธนาคารออมสินได้กำหนดแผนการลงทุนปี 2561-2562 (Strategic Investment) เน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสสร้างผลประโยชน์ส่วนเพิ่ม และไม่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของธนาคาร โดยได้พิจารณาถือหุ้นสัดส่วนที่เหมาะสมในธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่วนเพิ่มในการลงทุน (Synergy) เป็นการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในระยะยาว รวมถึงสนับสนุนการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรมากขึ้น เพิ่มช่องทางในการให้บริการแก่ลูกค้า และมียุทธศาสตร์การพัฒนาและยกระดับสู่การเป็น Digital Banking ซึ่งมีแผนสร้างและพัฒนา New Business Model ร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ในรูปแบบดิจิทัล ดังนั้นการลงทุนและร่วมมือกับ ASL จะทำให้สามารถนำระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ของ ASL มาผนวกกับ Digital Platform ของธนาคารออมสิน เพื่อสนับสนุนการเป็น Digital Banking ได้ในอนาคต” นายชาติชาย กล่าว

นายชาญชัย กุลถาวรากร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภท ก ซึ่งบริษัทสามารถที่จะขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ครบทุกผลิตภัณฑ์ โดยเป้าหมายของบริษัทนั้น มุ่งเน้นการบริการซื้อขายหลักทรัพย์บนออนไลน์

ปัจจุบันบริษัทมีธนาคารออมสินเข้ามาถือหุ้นร้อยละ 25 ซึ่งจากการเข้าร่วมทุนในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินบนออนไลน์ร่วมกัน ทั้งด้านการเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นของทั้งฝ่าย รวมถึงฟังก์ชั่นในการบริการด้านหลักทรัพย์ต่างๆ ที่ครบวงจร ซึ่งในอนาคตลูกค้าที่มาใช้บริการผ่านธนาคารออมสินสามารถเข้าถึงธุรกรรมหลักทรัพย์บนแอปพลิเคชั่นของธนาคารฯ ได้ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเปิดบัญชีออนไลน์ รวมทั้งเครื่องมือในการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ไว้ในที่เดียวกันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการ

รวมถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ เป็นการส่งเสริมองค์ความรู้ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งการพัฒนาบริการที่มีประสิทธิภาพ และบริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้นจากการสนับสนุนทางการเงินของธนาคารออมสิน เช่น ธุรกรรมสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ โดยการขยายธุรกรรมทั้งหมดจะอยู่บนระบบออนไลน์ เพื่อจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสในการเข้าถึงช่องทางการทำธุรกรรมหลักทรัพย์จากระบบที่ได้พัฒนาขึ้น

อีกทั้ง การขยายตัวผ่านธนาคารออมสินเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเนื่องจาก ปัจจุบันธนาคารออมสินมีสาขาถึง 1,116 สาขา และมีพนักงานที่มีใบอนุญาตมากกว่า 1,500 คน ซึ่งหากขยายตัวผ่านทางสาขาของธนาคาร จะทำให้บริษัทนั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะเห็นได้จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2015 ที่เอเอสแอลเริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ตัวเลขของนักลงทุนที่ซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 6 แสนบัญชี

สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนที่ซื้อขายผ่านบนออนไลน์เติบโตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจแบบออนไลน์ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ด้วยความร่วมมือกับธนาคารออมสินจะช่วยให้เป้าหมายมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และถือเป็นช่องทางที่ผู้ลงทุนที่มีความต้องการจะใช้บริการทางการเงินแบบครบวงจรผ่านระบบออนไลน์ที่ดีที่สุด

Previous articleกนง.คงดอกเบี้ย 1.75% พร้อมปรับลดจีดีพีเหลือ 3.3% ส่งออก 0%
Next article“บางจาก” เปิดตัวน้ำมัน B20s หลังยอดขาย B20 ทะลุ 30 ล้านลิตร ช่วยดันราคาปาล์มแตะ 4 บาท