เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เนื้อโพนยางคำ GI” 500 ล้าน สุดยอดผลิตภัณฑ์ “โคขุน” จากชุมชน
Economic “เนื้อโพนยางคำ GI” 500 ล้าน สุดยอดผลิตภัณฑ์ “โคขุน” จากชุมชน
เศรษฐกิจไทยโตแผ่ว แบงก์ติด ‘วังวนหนี้’-SMEs ดิ่งลึก
Finance เศรษฐกิจไทยโตแผ่ว แบงก์ติด ‘วังวนหนี้’-SMEs ดิ่งลึก
ลุ้นมติ กกต. 14 ก.ย. ชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. สู่เกมล้มสีน้ำเงิน สู้ต่ออีก 3 ศาล
Politics ลุ้นมติ กกต. 14 ก.ย. ชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. สู่เกมล้มสีน้ำเงิน สู้ต่ออีก 3 ศาล
‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ดันเงินสะพัดสู่ ‘รายเล็ก-ทั่วถึง’
Business ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ดันเงินสะพัดสู่ ‘รายเล็ก-ทั่วถึง’
SCB EIC ชี้กำลังซื้อบ้านยังฟื้นช้า 56% ไม่มีแผนซื้อใน 5 ปี หันหามือสอง
Real Estate SCB EIC ชี้กำลังซื้อบ้านยังฟื้นช้า 56% ไม่มีแผนซื้อใน 5 ปี หันหามือสอง
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
ดูทั้งหมด

Short Term Bullish, Long Term Bearish

23 ก.ค. 2562 | 14:30น.

คอลัมน์ ลงทุนทั่วโลก

โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม บลจ.วรรณ

หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ผลคือระดับดัชนีหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะดัชนีหุ้นสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นและทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ควบคู่กันไปกับราคาตราสารหนี้เพิ่มขึ้นมาก หรืออีกนัยหนึ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield) ลดลงมาก ประเด็นดังกล่าวนี้เป็นที่น่าสนใจ และยังน่าคิดใคร่ครวญต่อในเรื่องการลงทุน ยังไม่นับว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีนี้เงินทุนทั่วโลกราว 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ (negative yield) เพิ่มจากสิ้นไตรมาส 1 ปีนี้ที่อยู่ที่ 9.1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่ม 43% สะท้อนนักลงทุนทั่วโลกแห่นำเงินมาลงทุนในตราสารหนี้ แม้ว่าผลตอบแทนถ้าถือครบอายุตราสารโดยไม่ขายต่อระหว่างการถือ จะขาดทุนก็ตาม

ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในโลกการลงทุน หรือนักลงทุนสถาบันทั่วโลกไม่มีเหตุผลในการลงทุน ? ผมมีคำอธิบายที่จะเล่า โดยมุมมองจากคุณ Ray Dalio ผู้จัดการกองทุนเก็งกำไรที่เก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ในรายงานวิจัยที่เป็น flagship ของ Goldman Sachs ที่ชื่อว่า Top of Mind : Dissecting the Market Disconnect เผยแพร่ ณ 11 ก.ค. 62 ซึ่งน่าสนใจและประทับใจผมมาก

ประเด็นความกังวลของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกขณะนี้ คือ ปลายปีที่แล้ว Fed ประเมินความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อสูงเกินไป และประเมินความเสี่ยงเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐและโลกต่ำเกินไป จึงเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจสหรัฐ และลดการคาดการณ์เงินเฟ้อ

ครั้นเมื่อต้นปีนี้ สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังไม่มีท่าทียุติและการอ่อนตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งยังไม่เห็นสัญญาณการเร่งตัวของเงินเฟ้อ ทำให้ Fed ต้องรีบปรับจุดยืนทางนโยบายการเงินในปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และตลาดเริ่มรับรู้การเปลี่ยนนโยบายการเงินของ Fed ตั้งแต่ต้น มิ.ย.ที่ผ่านมาดังจะเห็นจากการลดลงของ yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ลดลงมาใกล้ 2%

การส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยนโยบายของ Fed และแนวโน้มธนาคารกลางประเทศใหญ่ ๆ ของโลก เช่น ECB จะดำเนินนโยบาย QE ส่งผลให้ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะยาวจะเผชิญภาวะชะลอตัวลงยังคงมีอยู่และเพิ่มความกังวลมากขึ้นตามลำดับ สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มไม่เชื่อว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวให้ฟื้นได้

ด้วยเหตุนี้ การส่งสัญญาณจะลดดอกเบี้ยในปลายเดือนนี้ของ Fed จึงมีผลทำให้ระยะสั้นดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกระยะยาวจะชะลอลงอย่างมาก ยังคงมีอยู่ ทำให้นักลงทุนคาดว่าด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ในระยะยาวจะชะลอลงมาก ในที่สุดธนาคารกลางหลายประเทศจะกลับมาดำเนินนโยบายลดดอกเบี้ยอีก หรือกลับมาทำ QE ด้วยการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ จึงส่งผลให้กระแสเงินทุนหลั่งไหลเข้าไปในตราสารหนี้คุณภาพดีและพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้นจน yield ติดลบ เพราะถ้าธนาคารกลางดำเนินนโยบายลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง นักลงทุนที่ซื้อตราสารหนี้ไปก่อนหน้าจะได้กำไรจากดอกเบี้ยขาลง และถ้าธนาคารกลางทำ QE นักลงทุนสามารถขายตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาลดังกล่าวให้ธนาคารกลางและได้กำไรส่วนต่างราคาซื้อและราคาขาย (capital gains) อีกเช่นกัน ในแง่นี้การเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ yield เป็นลบนั้นแท้จริงมิใช่ไม่มีเหตุผล หากแต่ยังมีโอกาสทำกำไรถ้าสถานการณ์ตลาดและนโยบายการเงินเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ในกรณีเลวร้ายหากเศรษฐกิจโลกชะลอลงมาก การผิดนัดชำระหนี้ในตราสารหนี้คุณภาพต่ำอาจจะเกิดขึ้นได้ทั่วโลก การเข้าถือตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาลคุณภาพดีและมีอันดับความน่าเชื่อถือสูง และโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง จะเห็นได้ว่าถ้ามองว่าในระยะยาวเศรษฐกิจโลกชะลอลงมาก การลงทุนในตราสารหนี้แม้ yield จะติดลบจะคงความได้เปรียบในทุกเหตุการณ์ แต่การลงทุนในตราสารหนี้ที่ negative yield เป็นลบ จะพ่ายแพ้อย่างหมดรูป คือ กรณีเงินเฟ้อทั่วโลกกลับมาเร่งตัวเพิ่มสูงมาก ซึ่งในกรณีนี้โอกาสดังกล่าวใน 2-3 ปีข้างหน้านี้คาดว่าต่ำมาก

ด้วยเหตุนี้ Ray Dalio จึงสรุปความคิดนักลงทุนสถาบันทั่วโลกในขณะนี้เป็นประโยคสั้น ๆ ว่า short term bullish, long term bearish และแนะนำให้นักลงทุนกระจายสินทรัพย์การลงทุนไปยังทองคำและสินทรัพย์ในประเทศจีน เช่น หุ้นจีน และตราสารหนี้จีน เป็นต้น เพราะนักลงทุนทั่วโลกยังถือสินทรัพย์จีนน้อยกว่าน้ำหนักความสำคัญ และบทบาทของจีนต่อตลาดการเงินโลก และเศรษฐกิจโลกอย่างมาก