กรมศุล จับคนไทยหิ้วแบรนด์​เนมเข้าประเทศเลี่ยงภาษี พุ่ง 90 ล้านบาท

กรมศุลกากร เผย 11 เดือน ยึดแบรนด์เนมหนีภาษีได้ถึง 90 ล้านบาท เตรียมใช้เครื่องเอ็กสเรย์คร่อมสายพานแสกนคุมเข้ม สนามบินสุวรรณภูมินำร่อง ไตรมาส 1/2563 ส่วนตอนนี้บริหารความเสี่ยงด้วยการสุ่มตรวจสายการบิน “ยุโรป-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้” หวังสกัดนักหิ้วแบรนด์เนมเลี่ยงภาษี

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรเข้มงวดในเรื่องของการเลี่ยงจ่ายภาษีในกรณีที่คนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแล้วหิ้วสินค้าแบรนด์เนมกลับเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังพบคนไทยซื้อสินค้าแบรนด์เนมมูลค่าเกิน 2 หมื่นบาท และไม่ยอมเสียภาษีให้ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลปีงบประมาณ 2561 มีผู้นำเข้า สินค้าแบรนด์เนมเกินราคาที่กำหนดถูกยึดเป็นมูลค่า 60 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2562 ผ่านมาได้ 11 เดือน มีสินค้าแบรนด์เนมถูกยึดมูลค่าสูงถึง 90 ล้านบาท

นายชัยยุทธ กล่าวว่า สินค้าแบรนด์เนมยอดนิยมที่คนไทยนำเข้ามานั้น ส่วนใหญ่เป็นนาฬิกา กระเป๋า เข็มขัด น้ำหอม และเสื้อผ้า เป็นต้น โดยกรมศุลกากรให้นำเข้ามาได้มูลค่ารวมกันไม่เกิน 2 หมื่นบาท หากเกินกว่านั้นผู้เดินทางจะต้องผ่านด่านศุลกากรช่องสีแดง เพื่อเสียภาษีให้ถูกต้อง อย่างไรก็ดี กรมศุลกากรป้องกันความเสี่ยงการลักลอบนำสินค้าแบรนด์เนมเกินมูลค่า 2 หมื่นบาทและไม่เสียภาษีด้วยการสุ่มตรวจสายการบินเป้าหมาย

“เช่น สายการบินที่มาจากยุโรป ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง โดยคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศดังกล่าวจะถูกตรวจเป็นพิเศษ ส่วนประเทศในเอเชีย กรมศุลกากรก็มีการป้องกันความเสี่ยงด้วยการตรวจสอบสายการบินที่มาจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เนื่องจากพบว่ามีการหิ้วนำสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาเกินกฎหมายกำหนดจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ไตรมาส 1 ของปี 2563 กรมศุลกากรจะมีความร่วมมือกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อนำเครื่องเอ็กซเรย์คร่อมสายพาน จำนวน 23 เครื่อง เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน เชื่อว่าการตรวจสอบและจับกุมการลักลอบขนสินค้าไม่เสียภาษีจะมีความเข้มงวดมากขึ้น” นายชัยยุทธ กล่าว

ส่วนกรณีการจับกุมลูกเรือสายสายการบินลักลอบขนสินค้าแบรนด์เนมเพื่อมาจำหน่ายนั้น นายชัยยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ร่วมกับสายการบินอย่างไม่เป็นทางการในการสืบทราบเบาะแสของผู้กระทำผิดลักษณะ และสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ามีการตรวจสอบลูกเรือสายการบินด้วยการจัดช่องสีเขียวและแดง เพื่อให้ลูกเรือสำแดงว่ามีรายการสินค้าที่ต้องเสียภาษีหรือไม่เช่นเดียวกับผู้โดยสารทั่วไป

นายธาดา ชุมไชโย ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร กล่าวว่า สินค้าที่มีการจับกุมได้ทั้งหมดนั้น จะนำเข้ากระบวนการประมูล ส่วนการตรวจสอบและจับกุมผู้ลักลอบขนสินค้าหนีภาษีนั้น ปัจจุบันใช้ระบบบริหารความเสี่ยงสุ่มตรวจจับ และยังไม่มีการตรวจค้น 100 % เนื่องจากอาจจะกระทบกับการเดินทางของผู้ใช้บริการที่สนามบิน อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมากรมศุลกากรก็ให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ โดยจะมีการมอบรางวัลให้ในสัดส่วน 20% ของมูลค่าที่นำมาประมูลขายได้

Previous articleทำความเข้าใจปัญหาและทางออก “วิกฤตขยะพลาสติก”
Next articleเปิดโผ 20 รายการยาผู้ป่วยใช้มากสุด พบหลาย รพ. ขายสูงกว่าต้นทุนมาก