คอลัมน์ Look Around
ในช่วงที่เล่นหุ้นก็ไม่ดี ฝากเงินก็ได้ดอกเบี้ยน้อย ผลตอบแทนพันธบัตรก็ไม่จูงใจนัก นักลงทุนจะมองหาการลงทุนที่ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดี สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนเกินไปนักซึ่งกองทุนเปิดเค Property Infra Flexible เพื่อการเลี้ยงชีพ (KPROPIRMF) ของ บลจ.กสิกรไทย ออกมาเพื่อตอบโจทย์ข้างต้น
โดย “ธิดาศิริ ศรีสมิต” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กสิกรไทย บอกว่า กองทุน KPROPIRMF มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มกิจการโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ อาทิ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ซึ่งสร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ โดยผู้จัดการกองทุนจะนำรายได้กลับเข้าไปลงทุนต่อเนื่อง เพื่อสะสมกำไรในระยะยาว
สถิติ 5 ปีย้อนหลัง (2557-2562) พบว่า ดัชนีผลตอบแทนรวมของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (PF&REIT Total Return Index) ของไทยมี dividend yield เฉลี่ยที่ 5.60% ต่อปี และดัชนี FTSE ST Real Estate Investment Trusts Total Return SGD ของสิงคโปร์มี dividend yield เฉลี่ยที่ 5.64% ต่อปี (Bloomberg 5 พ.ย. 62)
นอกจากนี้ กองทุนยังมีความยืดหยุ่นในการกระจายและปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตามสภาวะตลาด จึงนับได้ว่ามีความน่าสนใจ นอกเหนือจากเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี
“property fund และ REITs ในช่วงที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นมามาก ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นผลดีต่อการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ อีกทั้งสินทรัพย์ดังกล่าวยังคงมีรายได้ที่สม่ำเสมอจากค่าเช่า และมีความผันผวนน้อยกว่าหุ้น โดยการลงทุนใน property fund และ REITs ของไทยและสิงคโปร์ มีอัตราจ่ายปันผลอยู่ที่ประมาณ 5% สูงกว่าตลาดโดยรวม”
อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังคงต้องติดตามประเด็นสงครามการค้า การปรับตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงเศรษฐกิจที่อาจจะส่งสัญญาณชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าเช่าได้
ทั้งนี้ KPROPIRMF เสนอขายครั้งแรก (IPO) 12-20 พ.ย.นี้ สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่านแอป K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
นักลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวน เพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน