เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
Biz Movement RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ดูทั้งหมด

ธปท.รับเห็นแบงก์เร่งปรับโครงสร้างหนี้เร็วขึ้น เตรียมถกคลายเกณฑ์ช่วยลูกค้า-ธนาคารเพิ่ม

19 ก.พ. 2563 | 14:58น.

ธปท. ชี้ เห็นสัญญาณแบงก์เร่งปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้น-ตั้งคณะทำงานติดตามใกล้ชิด ส่งอาร์เอ็มแก้หนี้เชิงรุกผู้ประกอบการ-ลูกจ้าง เผยเร่งพูดคุยคลายเกณฑ์ช่วยเพิ่มเติม หลังผ่อนคลายเกณฑ์จัดหนี้-ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ลั่น อย่ามองลดดอกเบี้ยเพียงพอหรือไม่ แต่ตัดสินใจล่วงหน้าและทำทันท่วงทีรับความเสี่ยงก่อน

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากธปท.ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ปัจจุบันพบว่าสถาบันการเงินได้เข้าไปช่วยเหลือเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการให้ความสนใจน้อย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งธปท.ได้ขอให้ธนาคารตั้งทีมพิเศษเพื่อเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงเร่งกระบวนการอนุมัติภายใน เพื่อให้การช่วยเหลือทำได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะทีมงานลูกค้าสัมพันธ์ (Relationship Management) หรือ RM ที่จะต้องมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทำได้เร็วขึ้น และมีกระบวนการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น ตลอดจนทำงานในเชิงรุกมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ธนาคารได้เข้ามาปรึกษาแนวทางการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น กรณีมีเจ้าหนี้หลายราย จะต้องมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไรให้ธนาคารสามารถทำงานได้เร็วขึ้น และชาวยกันแก้ไขได้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องพูดคุยกันต่อ เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน ภายใต้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้จะต้องทำควบคู่กับการควบคุมความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ

“การปรับโครงสร้างหนี้ของแบงก์ วันนี้ พบว่ามีการเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มขึ้น เพราะที่่ผ่านมาจะพบว่าผู้ประกอบการอาจมีความสนใจน้อย โดยเฉพาะที่อยู่ต่างจังหวัด แต่วันนี้ผลกระทบกระจายสู่ทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัด ซึ่งสถาบันการเงินก็มีการปรับแนวทางที่ดี ที่จะช่วยกันทำงานในลักษณะที่เป็นเชิงรุกมากขึ้นในรอบนี้”

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับ 1 ครั้งมีความเพียงพอหรือไม่นั้น ดร.วิรไท กล่าวว่า ธปท.ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มีหลายเรื่องที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะไวรัสโควิด-19 ภัยแล้ง และการติดตามสถานการณ์งบประมาณ แต่ปัจจุบันพบว่าภาครัฐบาล และสถาบันการเงิน เห็นความสำคัญและช่วยกันที่จะดำเนินมาตรการอย่างรวดเร็ว ขณะที่ธนาคารก็ให้ความร่วมมือในการเข้าไปเร่งการปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการ แต่รวมไปถึงลูกจ้างในอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย หากช่วยกันทำก็จะลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ และรัฐบาลก็มีหลายมาตรการที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ที่จะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ขณะที่ในส่วนธปท.ได้ทำหลายเรื่อง โดยที่ผ่านมาธปท.มีการแก้กฏเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อสถาบันการเงิน และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ลูกค้า เพราะในสภาวะแบบนี้ทุกคนต้องทำงานเชิงรุก โปรเอกทีฟ หรือแม้กระทั่งหนี้ครัวเรือน คลินิกแก้หนี้ ก็ต้องเร่งทำ ที่มีการขยายเกณฑ์ไปเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ หรือแม้กระทั่งการลดดอกเบี้ยลง ก็เป็นการตัดสินใจที่เป็นเอกฉันท์ในภาวะแบบนี้ เนื่องจากธปท.เห็นสัญญาณหลายอย่างมีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งจะดีกว่าหากธปท.ทำไว้ล่วงหน้าและทำด้วยความเร็ว

“เราจะไม่ไปนั่งดูสถานการณ์แล้วประเมินข้างหน้าไม่ได้ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องทำเลย เพราะเห็นสัญญาณหลายอย่างที่มีความเสี่ยงเยอะมาก ซึ่งจะดีกว่าถ้าเราทำล่วงหน้าแล้วเราทำด้วยความเร็ว และก็จะส่งผลทันที เช่น ตลาดตราสารหนี้ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลที่ดอกเบี้ยต่ำสุดในประวัติการณ์ ไม่เคยมีดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 1.03-1.05% ขณะที่แบงก์พร้อมที่จะลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลงทันที

อย่างไรก็ดี เราไม่อยากให้ไปดูว่าดอกเบี้ยลดเพียงพอหรือไม่ เพราะสถานการณ์วันนี้ค่อนข้างไดนามิกซ์ ดังนั้นต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง”