‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า
แสดงวิสัยทัศน์ไปเรียบร้อยแล้วสำหรับผู้สมัครซีอีโอ “การบินไทย” ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น
ตามข่าวระบุว่า มีผู้สมัครเข้ารับการสัมภาษณ์และโชว์วิสัยทัศน์ 6 คน จากจำนวนผู้สมัคร 9 คน (ผ่านคุณสมบัติ 7 คน) ทุกคนล้วนเป็นลูกหม้อการบินไทย โดย 4 คนยังเป็นผู้บริหารปัจจุบัน คือ “ชาย เอี่ยมศิริ” (ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ CEO) “ชวาล รัตนวราหะ” นายใหญ่สายปฏิบัติการ “เชิดพันธ์ โชติคุณ” นายใหญ่สายช่าง “วรางคณา ลือโรจน์วงศ์” นายใหญ่หน่วยธุรกิจการบิน
ส่วนอีก 2 คนคือ “นนท์ กลินทะ” และ “กรกฎ ชาตะสิงห์” อดีตประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์และกลยุทธ์
เล่ากันว่า แต่ละคน “ไม่ธรรมดา” พกความมั่นใจมากันเกิน 100 และมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่ามีแบ็กอัพระดับบิ๊ก ๆ ดันอยู่ข้างหลังกันทุกคน
ผู้คลุกคลีในองค์กรการบินไทยบอกว่า หากดูตามกระดานนี้การเปิดสรรหาครั้งนี้ถือว่ามีตัวให้เลือกน้อยมาก โดยเฉพาะตัวเลือกจากผู้สมัครที่เป็นผู้บริหารปัจจุบัน
“ชาย เอี่ยมศิริ” ซีอีโอถูกสกัด “ดาวรุ่ง” จากกรณีบอร์ดสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีบริหารงานผิดพลาดท่ามกลางเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่อีก 3 คนคือ ชวาล รัตนวราหะ, เชิดพันธ์ โชติคุณ และวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ ซึ่งผู้บริหารระดับเบอร์ 2 ขององค์กร ก็ไม่ได้ร่วมรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้
ที่สำคัญก็ไม่ได้แสดงศักยภาพความเป็น “ผู้นำ” อะไรออกมาให้เห็น
“คนหนึ่งบอกว่าบ้านน้ำท่วมหนัก ออกไปทำงานไม่ได้ รอให้พนักงานระดับปฏิบัติการ รับค่าแรงรายวันที่บ้านน้ำท่วมเหมือนกันออกมาทำงาน คนหนึ่งบินไปพักร้อนต่างประเทศท่ามกลางปัญหากระเป๋าตกค้างกองเป็นภูเขาและไฟลต์ดีเลย์ระเนระนาด แม้ไฟลต์ที่บินดีเลย์ข้ามคืนก็ยังยอมทิ้งปัญหาตรงหน้าไปต่างประเทศ”
สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่า ผู้บริหารเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้นำองค์กร ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินจ้างบริษัท HR ระดับโลกมาช่วยประเมิน หรือมาช่วยตัดสินใจหรอก
ส่วน “ลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดการบินไทยได้ว่าจ้างบริษัท HR จากต่างประเทศมาช่วยประเมิน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้คณะกรรมการสรรหามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติม โดยให้บริษัท HR ทำข้อมูลที่เรียกว่า Assessment Test ผู้สมัครแต่ละคน เพื่อให้มีข้อมูลอีกชุดหนึ่งประกอบการพิจารณา
เป็นการบอกสังคมว่า โปร่งใส เป็นธรรม ไม่ยึดเพียงผลการสัมภาษณ์ หรือการนำเสนอวิสัยทัศน์เท่านั้น ผู้ที่ไม่มีทักษะทางการพูดไม่เสียเปรียบ
และระบุว่า กระบวนการสรรหาครั้งนี้จะได้ซีอีโอคนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายใน 1 มกราคม 2570 ก่อนที่ผู้บริหารคนเดิมจะหมดวาระแน่นอน
ประเด็นดังกล่าวนี้กลายเป็นกระแสที่ถูกจับตาอีกครั้ง โดยหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการเอาบริษัท HR ต่างประเทศมาช่วยคัดกรอง เป็น “ตัวแปร” ที่จะทำให้กระบวนการพิจารณาคัดเลือกออกมาในมุมไหนก็ได้
จะเดินหน้าคัดเลือกจากผู้สมัครที่มาแสดงวิสัยทัศน์ทั้ง 6 คน ตามกระบวนการที่กำลังทำอยู่ หรือจะ “ล้มการคัดเลือก” แล้วเปิดโอกาสให้มีการทาบเชิญ “คนนอก” เข้ามาบริหารแทนก็ได้
วิธีนี้เขาเรียกกันว่า Beauty Contest คือการดำเนินการคัดเลือกตามกระบวนการขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ แต่จริง ๆ แล้วมีเป้าหมายอยู่แล้ว ลักษณะนี้เป็นการเอาบริษัท HR ต่างประเทศมาเป็นที่พิงหลังให้คณะกรรมการสรรหาและบอร์ดบริหารได้เป็นอย่างดี
มาลุ้นกันว่าการโหมโรง Beauty Contest ในช่วงโค้งสุดท้ายใน 2 เดือนนี้ จะเป็นตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตหรือไม่…