เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ดูทั้งหมด

KKP ชี้เศรษฐกิจโลกถดถอย ฉุดจีดีพีไทยดำดิ่ง -2.4%

20 มี.ค. 2563 | 16:39น.
KKP ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยลงอีกครั้งจาก -0.4% เป็น -2.4% หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีผลกระทบอีกระลอกจากการยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดในประเทศไทย

การปรับลดการคาดการณ์ GDP ในครั้งนี้ สะท้อนพัฒนาการที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งในแง่จำนวนผู้ติดเชื้อและมาตรการควบคุมทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าตัวจนทำให้ยอดรวมขณะนี้ทะลุ 2 แสนคนทั่วโลกแล้ว ขณะที่รัฐบาลของหลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรปต่างทยอยออกมาตรการเข้มทั้งด้านการควบคุมการเดินทางและการปิดเมือง (lockdown)เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส มาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมหรือชะลอการระบาดของโรค แต่ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน 3 ด้านที่ส่งผลต่อการปรับประมาณ GDP ของไทยในครั้งนี้ ได้แก่

1. เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (global recession) ในครึ่งแรกของปีนี้ ขยายตัวได้เพียง 0.3% ในปี 2020 ล่าสุดทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ Bank of America คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย และอาจโตได้เพียง 0.3% ในปีนี้ จากที่เคยคาดไว้ที่ 2.2% ก่อนหน้านี้ และ 3.2% เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะหดตัว 0.8% (จาก +2.1% ในปี 2019) สหภาพยุโรปหดตัวที่ 1.7% (จาก +1.2% ในปี 2019) ส่วนเศรษฐกิจจีนคาดว่าจะโตเพียง 1.5% (จาก 6.1% ในปี 2019) ซึ่งสามกลุ่มประเทศนี้มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังเป็นคู่ค้าหลัก 3 อันดับแรกของประเทศไทย ดังนั้น อุปสงค์โลกที่ลดลงจากภาวะวิกฤตโควิดและมาตรการรับมือต่างๆ ในต่างประเทศจะซ้ำเติมภาคการผลิตและส่งออกของเศรษฐกิจไทยไปด้วย แม้ค่าเงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงแล้วก็ตาม

2. การงดเว้นกิจกรรมภายในประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและเข้มข้นขึ้น การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในไทยทำให้มีการยกเลิกการจัดกิจกรรมต่างๆ และล่าสุดรัฐบาลจำเป็นต้องประกาศปิดสถานศึกษา สถานบันเทิง และสถานที่อื่นๆ ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศลดลงได้มากอีกทางหนึ่ง และในกรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศรุนแรงขึ้นและไม่สามารถควบคุมได้ อาจมีความจำเป็นต้องยืดระยะเวลาและขยายพื้นที่การ ‘ปิดเมือง’ ขึ้นก็เป็นได้จากประสบการณ์ของประเทศต่างๆ ในการต่อสู้กับการระบาดไวรัสโควิด ส่งกระทบโดยตรงต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ

3. ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักกว่าที่คาด จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมทั้งปีคาดว่าจะลดลงถึง 48% เหลือเพียง 20.7 ล้านคนในปีนี้จากเดิมที่เคยประเมินว่าจะลดลง 25% ในการประมาณการครั้งก่อน โดยตัวเลขจริงของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังประเทศไทยล่าสุดติดลบถึง 80% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าผลกระทบต่อการท่องเที่ยวน่าจะลากยาวไปจนถึงอย่างน้อยในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จากมาตรการของประเทศต่างๆ ที่เข้มงวดมากขึ้นในการห้ามประชาชนเดินทางไปยังประเทศเสี่ยงซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ก่อนที่จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี

ทั้งนี้ ความเสี่ยงในระยะต่อไปของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับประสิทธิผลของนโยบายด้านสาธารณสุขในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในประเทศ และมาตรการทั้งด้านการเงินและการคลังเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ KKP Research คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.50% ในการประชุมครั้งหน้า ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงต้องดูแลด้านสภาพคล่องของตลาดการเงินอย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่ออัดฉีดสภาพคล่อง และอาจรวมถึงมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้เอกชน ในขณะที่นโยบายการคลังจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจ และเตรียมพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไปหลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย