เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,650 บาท
‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
Economic รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
Real Estate ‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
News แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ข่าวหน้า 1 อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ ฮอต ! ธอส.ชี้ประชาชนแห่จองทะลุ 1 หมื่นราย วงเงินกว่า 3.4 ล้านบาทแล้ว
Finance สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ ฮอต ! ธอส.ชี้ประชาชนแห่จองทะลุ 1 หมื่นราย วงเงินกว่า 3.4 ล้านบาทแล้ว
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาความคืบหน้าข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาความคืบหน้าข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยันไม่ปิดทำการซื้อขาย แม้รัฐประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง

08 เม.ย. 2563 | 16:18น.

ย้ำกรณีเดียวที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปิดทำการซื้อขายจะต้องมาจากการปิดระบบของธนาคารพาณิชย์ ชี้ในกรณีรัฐประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ตลาดพร้อมปรับวิธีการทำงานเพื่อให้นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ต่อเนื่อง ประเมินมาตรการแบงก์ชาติตั้งกองทุน BSF เป็นผลดีช่วยเสริมสภาพคล่องบริษัทจดทะเบียน

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่มีการปิดทำการซื้อขาย แม้ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าเหตุผลเดียวที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปิดการซื้อขาย คือ ระบบธนาคารพาณิชย์หยุดทำการ ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินอย่างการโอนเงินได้ และในกรณีที่รัฐบาลขยายเวลาเคอร์ฟิว ตลท.พร้อมปรับการทำงานเพื่อให้ตลาดทุนสามารถดำเนินการต่อไปได้ เช่น การปรับเวลาการซื้อขาย เป็นต้น

โดยที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดทุน เช่น สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจคัสโตเดียน (custodian) ฯลฯ ถึงวิธีการดำเนินงานท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบัน อีกทั้งที่ผ่านมาได้ออกมาตรการช่วยเหลือมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท เช่น การลดค่าจดทะเบียน และการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นต้น

“มาตรการช่วยเหลือที่เราประกาศออกไปกระทบต่อกำไรของตลาดฯ แน่นอน แต่เรามุ่งแก้ปัญหาที่จะทำยังไงให้ทุกคนสามารถอยู่รอดและขยายธุรกิจได้ในอนาคต” นายภากร กล่าว

ในส่วนของการปรับเกณฑ์เพื่อการซื้อขายในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การขายชอร์ต (Short Selling) การปรับเกณฑ์ซิลลิ่ง-ฟลอร์ (Ceiling – Floor) และการปรับเกณฑ์หยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) จะมีระยะเวลาถึง 30 มิ.ย.63 ตามที่ได้แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างไรก็ตาม ตลท.สามารถยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวได้ก่อนกำหนด หากพบว่าความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีการหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต.อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเครื่องมือและกฎเกณฑ์เพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

เมื่อสอบถามถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (BSF) วงเงิน 400,000 ล้านบาท นายภากร กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นในแง่ที่ บจ.สามารถนำเงินไปใช้คืนหนี้ หรือต่ออายุตราสารหนี้ (Roll-over) ได้ง่ายขึ้น และสามารถทำธุรกิจได้ต่อไป

ขณะที่ นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. เปิดเผยภาวะตลาดหลักทรัพย์ฯ ประจำเดือน มี.ค.63 ว่า ในเดือน มี.ค. ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นจากเดือนก่อนเช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ในเดือน มี.ค.ปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาดส่วนใหญ่ในอาเซียน เนื่องจากหลายธุรกิจปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้ดี

โดยเฉพาะธุรกิจผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร ตลอดจนธุรกิจค้าปลีกและบริการทางการแพทย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในดัชนีของกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวปรับตัวลดลงน้อยกว่า SET Index

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป นอกจากประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาดแล้ว ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญกับความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบราคาน้ำมัน การปรับตัวของธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะการรองรับรูปแบบและปริมาณความต้องการภายในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนมาตรการของรัฐด้านการเงินและการคลังเพื่อการประคับประคองเศรษฐกิจในระยะนี้

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

-SET Index ณ สิ้นเดือน มี.ค.63 ปิดที่ 1,125.86 จุด ลดลง 28.7% จากสิ้นปีก่อน และ 16% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า โดย กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริการ ลดลงน้อยกว่า SET Index

-ในเดือน มี.ค.63 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทย 78,363 ล้านบาท

-มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของตลาดหลักทรัพย์ SET และ mai ในเดือน มี.ค.63 อยู่ที่ 71,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562

-อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิล่วงหน้า และย้อนหลัง (Forward และ Historical P/E) ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือน มี.ค.63 อยู่ที่ระดับ 13.4 เท่า และ 13.0 เท่า ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 11.3 เท่า และ 12.8 เท่าตามลำดับ

-อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ณ สิ้นเดือน มี.ค.63 อยู่ที่ระดับ 4.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.6%

-มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Market Capitalization) ของ SET และ mai ณ สิ้นเดือน มี.ค.63 อยู่ที่ 12.3 ล้านล้านบาท ลดลง 27.7% จากสิ้นปี 2562

-ในไตรมาสแรกของปี 2563 มูลค่าการระดมทุนครั้งแรก (IPO) ของไทยอยู่ที่ระดับ 56,127 ล้านบาท ในขณะที่การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (SPO) มีมูลค่ารวม 67,592 ล้านบาท

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

-ในเดือน มี.ค.63 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 754,133 สัญญา ซึ่งเพิ่มขึ้น 40% จากเดือนก่อน