Skip to content

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลื้มรายย่อยแห่เปิด 5.9 หมื่นบัญชีช้อปหุ้น

12 พ.ค. 2563 | 16:01น.
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลื้มรายย่อยแห่เปิด 5.9 หมื่นบัญชีช้อปหุ้น

เตรียมเฮียริ่งผู้เกี่ยวข้องต่ออายุเกณฑ์ดูแลความผันผวนตลาดหุ้น “ซิลลิ่ง-ฟลอร์/ชอร์ตเซล” ก่อนหมดอายุในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ เผยความคืบหน้าหุ้น IPO คาดกลับมาระดมทุนได้ในไตรมาส 3 ด้านภาวะตลาดหุ้นไทยเดือน เม.ย.บวกถึง 15.6% MoM ครองแชมป์อันดับ 2 ในอาเซียน ปลื้มรายย่อยแห่เปิด 5.9 หมื่นบัญชี ช้อปหุ้นระยะยาว

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ในเดือน มี.ค.63 ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศปรับเกณฑ์การซื้อขายเพื่อดูแลความผันผวนของตลาดหุ้นไทย ได้แก่ การปรับเกณฑ์พักการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) เกณฑ์การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสูงสุด (Ceiling) หรือลดลงต่ำสุด (Floor) และเกณฑ์การขายชอร์ต (Short Selling) โดย 2 เกณฑ์หลังจะมีผลถึงวันที่ 30 มิ.ย.63

อย่างไรก็ตาม สำหรับการต่ออายุมาตรการดูแลตลาดหุ้นไทยข้างต้น นายภากร กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างพิจารณาถึงการต่ออายุมาตรการ และคาดว่าจะเห็นความชัดเจนก่อน 30 มิ.ย.แน่นอน โดยหลังได้ข้อสรุปแล้ว ตลท.จะเปิดรับฟังความเห็น (เฮียริ่ง) รายละเอียดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดหุ้นต่อไป รวมถึงหารือถึงโอกาสที่จะใช้มาตรการดังกล่าวเป็นการถาวรด้วยเช่นกัน

“หากต่ออายุก็ต้องมีการขอ ก.ล.ต.ไป เพราะก่อนหน้านี้เราขอปรับเกณฑ์ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ส่วนโอกาสที่จะใช้ถาวรหรือไม่ก็กำลังหารือกับผู้มีส่วนได้เสียเช่นกัน เพราะหากเปลี่ยนเป็นการถาวรต้องพิจารณาให้ดีว่าในเหตุการณ์ปกติได้ประโยชน์หรือไม่” นายภากร กล่าว

นายภากร กล่าวอีกว่า ในส่วนของประเด็นการใช้โปรแกรมเทรดดิ้งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความกังวลว่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเกิดความผันผวนนั้น ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้นักลงทุนทุกกลุ่มสามารถใช้โปรแกรมเทรดดิ้งในการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ จากเดิมอนุญาตให้ใช้เพียงกลุ่มนักลงทุนสถาบันเท่านั้น เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้สะดวกและง่ายขึ้น และหวังว่าการปรับเกณฑ์ดัวกล่าวจะข่วยให้นักลงทุนทุกประเภทเข้าถึงตลาดหุ้นได้เท่าเทียมกัน โดยปัจจุบัน ตลท.ส่งเสริมให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หันมาให้บริการโปรแกรมเทรดดิ้งมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ สำหรับภาพรวมการซื้อขายจากโปรแกรมเทรดดิ้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาอยู่ที่ประมาณ 15-20% ของปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด

ขณะที่ความคืบหน้าการนำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้าระดมทุนเป็นครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ (หุ้น IPO) นายภากร กล่าวว่า ปัจจุบันมี บจ.กลับมาดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อเตรียมตัวขายหุ้น IPO แล้ว โดยส่วนหนึ่งเป็นบริษัทที่เลื่อนระดมทุนจากช่วงช่วงไตรมาส 1 ที่ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนสูง และมีปัจจัยลบเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กดดัน โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการกลับเข้ามาระดมทุน IPO ปกติอีกครั้งในไตรมาส 3 นี้

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. เปิดเผยภาวะตลาดหลักทรัพย์ในเดือน เม.ย.63 ว่า ตลาดหลักทรัพย์ไทยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคมซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดโลก โดยในเดือน เม.ย. ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.6% จากสิ้นเดือนก่อนซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป นอกจากประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาดแล้ว ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญกับการปรับตัวของประชาชน และผู้ประกอบการในประเทศเพื่อป้องกันการระบาดซ้ำ และการเดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในและระหว่างประเทศในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตลท.พบว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับลดลงอย่างรุนแรง ปริมาณการซื้อขายจากกลุ่มบัญชีนักลงทุนรายย่อย (Retail Investor) กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นถึง 48% ในเดือน เม.ย. จากปกติอยู่ที่ระดับประมาณ 30% นอกจากนี้ ยังพบว่ามีบัญชีซื้อขายใหม่ที่ไม่เคยซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 5.9 หมื่นบัญชี โดยคาดว่านักลงทุนรายย่อยใช้โอกาสที่ตลาดหุ้นปรับลงเข้ามาลงทุนระยะยาว

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

  • SET Index ณ สิ้นเดือน เม.ย.63 ปิดที่ 1,301.66 จุด เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นเดือนก่อน โดย กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างเพิ่มขึ้นมากกว่า SET Index
  • ในเดือน เม.ย.63 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทย 46,782 ล้านบาท
  • มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai ในเดือน เม.ย.63 อยู่ที่ 68,093 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562
  • Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือน เม.ย.63 อยู่ที่ระดับ 7 เท่า และ 15.1 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.3 เท่า และ 14.0 เท่าตามลำดับ
  • อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือน เม.ย.63 อยู่ที่ระดับ 0% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.3%
  • มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นเดือน เม.ย.63 อยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท ลดลง 16.4% จากสิ้นปี 2562
  • ใน 4 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่าการระดมทุนครั้งแรก (IPO) ของไทยอยู่ที่ระดับ 56,127 ล้านบาท ในขณะที่การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (SPO) มีมูลค่ารวม 11,666 ล้านบาท

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

  • ในเดือน เม.ย.63 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 365,223 สัญญา ซึ่งลดลง 6% จากเดือนก่อน