เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
Automotive อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
ดูทั้งหมด

แบงค์ชาติ ปลื้ม “ทางด่วนแก้หนี้” เชื่อมเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ตกลงกันได้ 70%

07 ก.ค. 2563 | 17:12น.

ธปท. ปลื้ม “ทางด่วนแก้หนี้” เชื่อม “เจ้าหนี้-ลูกหนี้” ตกลงหากันได้กว่า 70% จากคำขอแก้หนี้ราว 1 หมื่นรายการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่บทความที่เขียนโดยนายคมน์ ไทรงาม ฝ่ายคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. ถึงเรื่อง “ทางด่วนแก้หนี้” โดยระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 19 (COVID-19) ตลอดจนผลของมาตรการ Lock down ทำให้รายได้ของประชาชนและภาคธุรกิจปรับลดลงอย่างมาก การฟื้นตัวในระยะเวลาข้างหน้ายังคงมีความไม่แน่นอนสูง มองไปข้างหน้าการที่สถาบันการเงินและลูกค้าสามารถตกลงร่วมกันเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก โดยแบงก์ชาติสนับสนุนให้สถาบันการเงินแต่ละรายดูแลลูกค้าอย่างสุดความสามารถ และได้ประกาศมาตรฐานขั้นต่ำในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อแต่ละประเภท ซึ่งสถาบันการเงินสามารถช่วยมากกว่าขั้นต่ำตามกำลังความสามารถของแต่ละแห่ง

เมื่อเดือนเมษายน 2563 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิด “ทางด่วนแก้หนี้” ขึ้นภายใต้ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ประชาชนหรือธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถแจ้งเหตุผลความจำเป็นและความช่วยเหลือที่ต้องการไปยังสถาบันการเงินเจ้าหนี้ โดยเป็นช่องทางเสริมที่สามารถ “รับเรื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง” เพื่อรองรับ (1) มาตรการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ซึ่งอาจทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถติดต่อสถาบันการเงินได้สะดวกนัก หรือติดต่อไม่ได้เนื่องจากมีลูกค้าที่ต้องการติดต่อเป็นจำนวนมาก และ (2) ลูกหนี้ติดต่อสถาบันการเงินแล้ว แต่ไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ เช่น คุณสมบัติไม่ผ่าน หรือเห็นว่าข้อเสนอความช่วยเหลือยังไม่ช่วยให้สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับผ่านทางด่วนแก้หนี้ ธปท. จะนำส่งต่อไปยังสถาบันการเงินที่ลูกค้าระบุไว้หรือหน่วยงานกลาง พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ในช่วงเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ทางด่วนแก้หนี้ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการจัดส่งคำขอแก้หนี้จากประชาชนไปยังสถาบันการเงินที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ธปท. คือ ธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อ non-bank และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งต่อมาได้ขยายความร่วมมือกับเจ้าหนี้ที่อยู่นอกการกำกับดูแลบางรายเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ-ลิสซิ่ง สหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทำให้ปัจจุบันมีเจ้าหนี้ที่สามารถประสานงานส่งคำขอได้มากกว่า 50 แห่ง มีส่วนในการลดภาระหนี้ ลดความกังวลใจให้แก่ประชาชนในวงกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าผลิตภัณฑ์เช่าซื้อ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

ภาพรวมคำขอแก้หนี้ที่ได้รับผ่านทางด่วนแก้หนี้นับจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2563 มีจำนวน 10,101 รายการ ซึ่งถูกส่งไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทิสโก้ มากที่สุด 5 อันดับแรก และมีคำขอสำหรับเจ้าหนี้ที่อยู่นอกการกำกับดูแลของ ธปท. ประมาณร้อยละ 10 ทั้งนี้ จากการติดตามผลพบว่า คำขอที่ทางด่วนแก้หนี้ได้ส่งไปยังเจ้าหนี้ที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ธปท. มีสถานะดำเนินการเสร็จสิ้นร้อยละ 79 ในจำนวนนี้ลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถตกลงกันได้ข้อสรุปประมาณร้อยละ 70 ซึ่งในระยะต่อไป ศคง. จะทำการเปิดเผยสถิติคำขอและผลสำเร็จเป็นรายสถาบันการเงินด้วย

หากแบ่งคำขอตามประเภทสินเชื่อ พบว่าส่วนใหญ่เป็นคำขอเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลรวมบัตรกดเงินสด (ร้อยละ 34) สินเชื่อเช่าซื้อ (ร้อยละ 25) และสินเชื่อบัตรเครดิต (ร้อยละ 20) ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนว่ามาตรการช่วยเหลือขั้นต่ำในเฟสแรกสำหรับสินเชื่อเหล่านี้อาจจะยังไม่เพียงพอ ส่วนหนึ่งเพราะอัตราดอกเบี้ยของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ค่อนข้างสูง อีกทั้งมีเสียงสะท้อนจากประชาชนที่เดือดร้อนว่า เจ้าหนี้บางรายกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาให้ความช่วยเหลือภายในเพิ่มเติม เช่น หากมียอดค้างชำระอยู่ก่อนก็ต้องจ่ายชำระยอดที่ค้างก่อนถึงจะสามารถใช้มาตรการช่วยเหลือได้ รวมทั้งการพิจารณาให้ความช่วยเหลือจะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินที่จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ทำให้กระบวนการล่าช้าไม่สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีศักยภาพได้ทันเวลา จนลูกหนี้ส่วนหนึ่งผิดนัดชำระหรือกลายเป็นหนี้เสีย ซึ่งอุปสรรคเหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้ทางด่วนแก้หนี้ได้รับคำขอเข้ามาเป็นจำนวนมาก แม้ว่าได้มีการประกาศมาตรการช่วยเหลือขั้นต่ำลูกหนี้รายย่อยในเฟสแรกไปแล้วก็ตาม

บทเรียนจากมาตรการในเฟสแรกนำมาสู่การปรับปรุงมาตรการความช่วยเหลือในระยะที่ 2 ในหลายมิติ เช่น (1) การปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลลง 2-4% เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยให้ประชาชนในวงกว้าง (2) มาตรการในระยะที่ 2 จะยึดความต้องการของลูกหนี้เป็นที่ตั้ง ลูกหนี้เป็นผู้เลือกเข้าร่วมมาตรการที่ตรงกับความสามารถของตน โดยผู้ให้บริการฯ จะต้องยื่นข้อเสนอตามที่กำหนดไว้ในมาตรการพื้นฐานขั้นต่ำให้ลูกหนี้พิจารณา รวมทั้ง (3) การขยายขอบเขตการช่วยเหลือให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่มีสถานะการผ่อนจ่ายยังเป็นปกติ และที่เป็นหนี้เสียแล้ว อีกทั้งจะไม่มีการกำหนดวงเงินสินเชื่อที่จะสามารถเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเหมือนในเฟสแรก

นอกจากนี้ หลังจากที่เปิดดำเนินการทางด่วนแก้หนี้มาราว 2 เดือน ธปท. ได้ยกระดับและปรับปรุงระบบงานเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานและส่งคำขอแก้หนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถกรอกข้อมูลได้ด้วยตนเองสามารถโทรมาที่ Call Center 1213 ของ ศคง. เพื่อปรึกษา หรือให้เจ้าหน้าที่ช่วยกรอกข้อมูลแทนได้ ทั้งนี้ ข้อมูลที่สำคัญมากคือ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ ควรตรวจสอบให้ถูกต้อง มิฉะนั้นอาจจะทำให้ติดต่อกลับไม่ได้ หรือคำขอไม่ได้รับการพิจารณา นอกจากนี้ หลังจากยื่นคำขอแล้ว 15 วัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบผลการพิจารณาของสถาบันการเงินที่ส่งผ่านทางด่วนแก้หนี้ได้ด้วยตนเอง โดยใช้รหัสติดตามเรื่องที่ได้รับทาง SMS หรือทางอีเมล ณ วันที่ส่งคำขอครั้งล่าสุด ควบคู่กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขทะเบียนนิติบุคคลที่ให้ไว้

ทางด่วนแก้หนี้ที่ปรับปรุงใหม่อยู่ที่เว็บไซต์ https://www.1213.or.th/App/DebtCase ใช้งานได้ดีผ่านเว็บบราวเซอร์ Chrome, Safari และ Microsoft Edge ผู้ใช้งานสามารถศึกษาคลิปวิธีการใช้งานระบบได้จากหน้าเว็บไซต์ www.1213.or.th ส่วนการร้องเรียน แจ้งเบาะแส หรือติดต่อสอบถามเรื่องอื่น ๆ ประชาชนสามารถติดต่อผ่านช่องทางเบอร์โทร. 1213 หรืออีเมล [email protected] ตามปกติ