Skip to content

ThaiBMA ชงตั้ง “กองทุนค้ำประกันหุ้นกู้” เพื่ออุตฯ “ท่องเที่ยว” วงเงิน 5 หมื่นล้าน

08 ต.ค. 2563 | 12:44น.
ThaiBMA ชงตั้ง “กองทุนค้ำประกันหุ้นกู้” เพื่ออุตฯ “ท่องเที่ยว” วงเงิน 5 หมื่นล้าน

“สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” ชงรัฐตั้ง “กองทุนค้ำประกันหุ้นกู้” เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว วงเงินตั้งต้น 5 หมื่นล้านบาท แนะใช้เม็ดเงิน พ.ร.ก.เงินกู้ ให้รัฐบริหาร-จัดเครดิตเรทติ้ง ชี้ไม่เป็นภาระหนี้ภาครัฐทั้งจำนวน-เบิกจ่ายต่อเมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้ รูปแบบ “Zero Coupon bond” อายุไม่เกิน 3-4 ปี ขายที่ส่วนลดไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยระหว่างทาง พร้อมเสนอยกเว้นภาษีดอกเบี้ยให้ผู้ลงทุน

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า สมาคมฯเตรียมเสนอจัดตั้ง “กองทุนค้ำประกันหุ้นกู้(และสินเชื่อ)” เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นแนวทางช่วยเหลืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดไปได้

เนื่องจากที่ผ่านมารายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วน 17.8% ของจีดีพี และการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูงถึง 28% ของการจ้างงานทั้งหมด และในระยะยาวมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ปัจจุบันในหลายๆ บริษัทซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็กอาจจะมีข้อจำกัดเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งที่ผ่านมาหวังพึ่งสินเชื่อธนาคารเป็นหลัก

รูปแบบการจัดตั้ง

1. ต้องจัดตั้งกองทุนโดยหรืออยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐ และมีหน่วยงานภาครัฐที่มีความชำนาญเข้ามาบริหารจัดการ นอกจากนี้ควรจะมีการนำไปจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เมื่อไปค้ำประกันหุ้นกู้ตัวนั้นก็จะได้รับอันดับความน่าเชื่อถือเท่ากับผู้ค้ำประกัน ซึ่งประเมินเบื้องต้นต้องไม่ต่ำกว่าระดับ A

2. เม็ดเงินที่จะใส่เข้าไปกองทุน จะมีการเบิกจ่ายต่อเมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้(Default) ของหุ้นกู้ที่กองทุนไปค้ำประกัน เพราะฉะนั้นในภาวะปกติยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นภาระของภาครัฐในทันทีทั้งจำนวน และไม่มีปัญหาหนี้สาธารณะที่ต้องนำเงินมากองไว้

3. การกำหนดเป็นกองทุนคือ Leverage ได้ ใช้เงินไม่มาก แต่สามารถค้ำประกันได้ในวงกว้าง เช่น Leverage 2.5 เท่า มูลค่าของเงินกองทุนตั้งต้น 50,000 ล้านบาท จะค้ำประกันได้ถึง 1.25 แสนล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงในการค้ำประกันด้วย เช่น การกำหนดมูลค่าสูงสุดต่อราย ที่จะมีการค้ำประกัน

4. วงเงินตั้งต้น 50,000 ล้านบาท ที่จะนำมาจัดตั้งกองทุนได้ อาทิ เม็ดเงินของพระราชกำหนดการฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท งบซอฟต์โลนแบงก์ชาติวงเงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีเงินเหลือพอสมควร หรือพระราชกำหนดช่วยเหลือตลาดตราสารหนี้(BSF) ซึ่งในกฎหมายกำหนดไว้ว่ารัฐจะชดเชยความเสียหายให้วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้ใช้ มีความเป็นไปได้ที่จะจัดสรรเม็ดเงินมาช่วย

5. เสนอสิทธิประโยชน์การลงทุนให้กับนักลงทุน เช่น ยกเว้นภาษีดอกเบี้ย

6. เสนอแนะตั้งศูนย์อำนวยการค้ำประกัน(ทีมเฉพาะกิจ) เพื่อทำให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินการ

“ลักษณะของกองทุนคือ บริษัทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ผู้ออกหุ้นกู้) กองทุนค้ำประกันหุ้นกู้จะเข้าไปค้ำประกัน ซึ่งจะมีกองรีทหรือกองทุนรวม เข้ามาซื้อหุ้นกู้ ซึ่งต้องไประดมทุนจากนักลงทุน (ประชาชนทั่วไป) ซึ่งอาจจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ (HNW)”

ข้อดีคือเราใช้กลไกตลาดทุน เพราะสภาพคล่องในระบบยังมีอยู่เยอะมาก นักลงทุนต้องการซื้อหุ้นกู้เพราะฉะนั้นจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องได้ ซึ่งธุรกิจพวกนี้ส่วนใหญ่ มีทรัพย์สินดีๆ เยอะ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม เป็นต้น

นางสาวอริยา กล่าวว่า ธุรกิจเหล่านี้ถ้าไม่มีการค้ำประกัน หุ้นกู้ที่ออกมาคงจะไม่มีใครสนใจซื้อ แม้ว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ หรือนักลงทุน หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในธุรกิจการท่องเที่ยว(รีท) ซึ่งอาจจะมีการจัดตั้งในอนาคต เพราะต้องมองเรื่อง Investor Protection

รูปแบบหุ้นกู้กำหนดให้เป็นแบบ Zero coupon bond อายุหุ้นกู้ราว 3-4 ปี เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ธุรกิจน่าจะฟื้นตัว ในระหว่างทางขายที่ส่วนลดจึงไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นคนซื้อได้ผลตอบแทนล่วงหน้า ในขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจในระหว่างสถานการณ์ยังไม่ฟื้นก็ไม่ต้องมีภาระเรื่องดอกเบี้ยที่จะต้องชำระ

“รูปแบบการตั้งกองทุน สามารถทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว เพราะจากที่ประเมินหน่วยงานของรัฐหลายแห่งกฎหมายเอื้อให้มีการจัดตั้งในรูปแบบของกองทุน/นิติบุคคล ภายใต้องค์กรนั้นๆ ได้ แต่บางหน่วยงานที่ดูชำนาญ แต่อาจต้องมีการแก้กฎหมาย ซึ่งต้องดูว่าการจัดตั้งหน่วยงานไหนที่จะทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว สะดวกที่สุด จากภายใต้สถานการณ์เร่งด่วน ที่ต้องมีการดำเนินการมาตรการเหล่านี้”

“เช่น บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) กฎหมายปัจจุบันอาจจะยังไม่ได้ระบุว่าค้ำประกันหุ้นกู้ได้ หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME BANK) ยังมีข้อจำกัดวงเงินของการค้ำประกันค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจะไม่เพียงพอในการช่วยเหลือบริษัทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว”

นางสาวอริยากล่าวว่า หลังจากนี้ทางสมาคมฯต้องไปหารือกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาก็ได้เสนอแนวทางนี้กับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO) ไปแล้ว และวันที่ 12 ต.ค.นี้ ก็จะไปหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ คาดพยายามให้จัดตั้งกองทุนดังกล่าวได้โดยเร็วที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)