เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
Tech Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
รู้จัก ‘THB Stablecoin’ บาทโทเคน-รับเทรนด์โลก
Tech รู้จัก ‘THB Stablecoin’ บาทโทเคน-รับเทรนด์โลก
ออมสิน จัดสินเชื่อ ‘Solar ภาคประชาชน’ ดอกเบี้ย 2.50% ไม่ต้องมีหลักประกัน หนุนครัวเรือนลดภาระค่าไฟระยะยาว
Finance ออมสิน จัดสินเชื่อ ‘Solar ภาคประชาชน’ ดอกเบี้ย 2.50% ไม่ต้องมีหลักประกัน หนุนครัวเรือนลดภาระค่าไฟระยะยาว
กสิกรไทย เปิด ‘ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร’ บน K PLUS ชูบริหารความมั่งคั่งแบบครบมิติ
Finance กสิกรไทย เปิด ‘ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร’ บน K PLUS ชูบริหารความมั่งคั่งแบบครบมิติ
ศุลกากรจับชายเมียนมาลักลอบขนเงินตราไทยข้ามแดน มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท
Finance ศุลกากรจับชายเมียนมาลักลอบขนเงินตราไทยข้ามแดน มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท
กรุงไทยส่ง ‘สินเชื่อบ้านแลกเงิน’ รุกอีสาน ดอกเบี้ยปีแรก 3.98% กู้สูงสุด 20 ล้าน ผ่อนยาว 30 ปี
Finance กรุงไทยส่ง ‘สินเชื่อบ้านแลกเงิน’ รุกอีสาน ดอกเบี้ยปีแรก 3.98% กู้สูงสุด 20 ล้าน ผ่อนยาว 30 ปี
จับตา ‘เอกนัฏ’ แถลงด่วนรื้อโครงสร้างพลังงาน ตัดต้นทุนแฝง-สำรองทิพย์
Economic จับตา ‘เอกนัฏ’ แถลงด่วนรื้อโครงสร้างพลังงาน ตัดต้นทุนแฝง-สำรองทิพย์
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังยังมีความพยายามทางการทูต เพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังยังมีความพยายามทางการทูต เพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ดูทั้งหมด

ส่องแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า กูรูชี้มีโอกาสปรับขึ้นถึง 1,375 จุด

15 พ.ย. 2563 | 21:11น.
ตลาดหุ้น ภาพประกอบข่าว

โบรกฯ ประเมินภาพ SET Index สัปดาห์หน้ามีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องทดสอบ 1,375 จุด เหตุความคืบหน้าวัคซีน ‘Pfizer’ และความคาดหวังวัคซีน ‘Moderna’ หนุนเงินเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา (9-13 พ.ย.63) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปิดที่ 1,346.47 จุด ปรับขึ้น 60.69 จุด หรือปรับขึ้น 4.71% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 550,998.68 ล้านบาท โดยระหว่างสัปดาห์ดัชนีปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,356.83 จุด และมีจุดต่ำสุดที่ 1,277.52 จุด

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า (16-20 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งขึ้น (Sideways Up) จากความหวังผลการทดลองวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของ บริษัท ไฟเซอร์ อิงค์ (Pfizer) ที่อ้างว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ได้ถึง 90% โดยตลาดหุ้นไทยยังถือว่าปรับตัวขึ้นไม่มากจากราคาปิดที่ต่ำสุดเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นมาเพียงราว 30% ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งปรับตัวขึ้นมาเฉลี่ยราว 50%

ดังนั้น หากมีความคืบหน้าของวัคซีนเพิ่มเติมจาก บริษัท โมเดอร์นา (Moderna) ที่ผลการทดลองอาจประกาศออกมาภายในระยะเวลาไม่กี่วันหลังจากนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) ได้ต่อ

ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมในประเทศยังมีหลายประเด็นที่มีความสำคัญ ได้แก่ การประชุมสภาในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ เบื้องต้นจะพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดว่าสภาจะรับหลักการในวาระแรก ก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 210 และ 256 หรือไม่ ส่วนปัจจัยอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และ การประกาศจีดีพีไตรมาส 3/63 ของไทย

ส่วนปัจจัยแวดล้อมที่ต้องติดตามในต่างประเทศ ได้แก่ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกที่เร่งตัวเร็วขึ้นมาก โดยเป็นการเร่งตัวขึ้นราว 4.6% ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งถือว่าเร็วกว่าช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างมาก โดยหลักๆ ผู้ติดเชื้อจากสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่ 1.6 แสนรายต่อวัน จนต้องประกาศเคอร์ฟิวในนิวยอร์ก เนอร์วาดา และแคลิฟลอเนีย

อย่างไรก็ดี มาตรการครั้งนี้ยังไม่ถือว่าเข้มข้นมาก ซึ่งหากมีการยกระดับขึ้นปัจจัยนี้อาจกลับมากดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง ขณะที่ผลการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในฝรั่งเศสที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พบว่า ได้ผลที่น่าพอใจ โดยผู้ติดเชื้อรายวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า 50% ของวันที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด

ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยคาดว่า SET Index จะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นต่อระหว่าง 1,300-1,375 จุด หลังทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,320 จุด กอปรกับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้า Emerging Market ต่อเนื่อง รวมถึงความหวังประสิทธิภาพวัคซีน ดังนั้น ทางฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดีที่มูลค่า (Valuation) ยังน่าสนใจอยู่ ได้แก่

บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) เนื่องจาก บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) (STGT) บริษัทลูกยังได้ประโยชน์จากเหตุการณ์โควิด-19 ที่ยังรุนแรงมากขึ้น รวมถึงยอดขายรถยนต์ในจีนที่เติบโตขึ้น 12.5% ในเดือน ต.ค. และขยายตัวต่อกัน 7 เดือน

ถัดมา บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) เนื่องจากอยู่ในธีมการลงทุนหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจต่างประเทศ (Global Play) จากปริมาณการค้าโลกที่จะมีมากขึ้น รวมถึงมีความคาดหวังดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) จะฟื้นตัว จากแนวโน้มปัจจุบันที่เป็นขาลงและอาจกลับมาแกว่งออกข้าง

ด้าน นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับแนวโน้ม SET Index สัปดาห์หน้าคาดว่าดัชนีจะแกว่งออกข้าง (Sideway) และ Sideway up โดยประเมินแนวรับที่ 1,325 จุด และแนวต้านที่ 1,360-1,380 จุด ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การประกาศจีดีพีไตรมาส 3/63 ในสัปดาห์หน้า ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะติดลบประมาณ 8-9%

“สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้ลงทุนล้อไปกับแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน PTTGC และกลุ่มธนาคาร KBANK และ SCB” นายวิจิตร กล่าว

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET Index ดัชนีหุ้น ตลาดหุ้น