เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
ดูทั้งหมด

SMEs จะตั้งการ์ดประคองธุรกิจ และรักษาการเติบโตได้อย่างไรในปี 2564

12 ม.ค. 2564 | 08:46น.
คอลัมน์ Smart SMEs
TMB Analytics

ปัจจุบันการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ขยายขอบเขตการแพร่ระบาดออกเป็นวงกว้างกระจายไปในหลายพื้นที่ และการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนมียอดผู้ป่วยสะสมกว่า 8 พันราย (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค. 2564)

โดยตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2563 ธุรกิจในประเทศเริ่มได้รับผลกระทบจากการกลับมาระบาดระลอกใหม่ ย่อมทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจมีความกังวลมากขึ้นสร้างผลกระทบความสูญเสียจากการที่ประชาชนชะลอการทำกิจกรรมในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ และชะลอการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศการเลี้ยงสังสรรค์การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงการลดความถี่ในการใช้จ่ายที่ร้านค้าปลีก

จากข้อมูลการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงการระบาดครั้งแรกในปี 2563 พบว่า ในช่วงที่รัฐมีมาตรการควบคุมการระบาดนั้น ยอดการใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ในสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือนมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงที่สุด รวมไปถึงการขนส่งผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการดีลิเวอรี่ประเภทอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน ก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถใช้เป็นบทเรียนและเป็นแนวทางให้ธุรกิจปรับตัวได้มากขึ้น

ซึ่งเห็นได้จากยังมีธุรกิจจำนวนหนึ่งที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จากการมีช่องทางออนไลน์ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) และปรับตัวตั้งรับกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับสิ่งที่ดีที่สุดในช่วงที่กิจกรรมของผู้บริโภคลดลง ธุรกิจขายของไม่ค่อยได้ แต่ต้นทุนไม่ลงตาม คือ “ลดต้นทุนคงที่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เจรจายืดเทอมเครดิตกับคู่ค้า และทำตลาดออนไลน์เสริม” ซึ่งกลยุทธ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายท่านก็ได้ลองทำไปแล้วในสนามจริง และจะสามารถนำมาใช้ได้อีกครั้งในรอบนี้

แต่สิ่งที่ SMEs สามารถเพิ่มเติมและนำมาเป็นเครื่องป้องกัน ในช่วงที่สถานการณ์ระบาดระลอกใหม่นี้ เป็นเรื่องความเข้าใจและปรับตัวเข้ากับ “พฤติกรรมผู้บริโภครูปแบบใหม่” จะทำให้สามารถเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจที่เป็น new normal ที่เกิดกับผู้บริโภคคือ การใช้ digital ของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ผู้คนอาจลดการเดินทางไปในสถานที่ที่มีความแออัด ทำให้เกิดพฤติกรรม 3 ลด ได้แก่ “ลดเที่ยว ลดทานข้าวนอกบ้าน ลดช็อปปิ้งห้างสรรพสินค้า”

สำหรับภาคธุรกิจเองก็มี new normal เช่นกัน คือ “การทำงานที่บ้าน (work from home) การประชุมออนไลน์ รวมถึงการติดต่อลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น”

ซึ่งพฤติกรรม new normal เหล่านี้ สามารถก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ ยกตัวอย่าง พฤติกรรม “3 ลด” ที่ผู้บริโภคจะหันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มส่วนแบ่งตลาดการขายสินค้าในช่องทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้น การจัดส่งสินค้ามากขึ้น แต่ก็จะมีแข่งขันในด้านการบริการและราคาเพิ่มขึ้น ภาคธุรกิจต้องมองหาช่องทางทำตลาดออนไลน์และตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

โดยเฉพาะผู้บริโภคในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z (อายุ 21-40 ปี) ซึ่งในรอบการระบาดที่ผ่านมามีแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยในรูปแบบออนไลน์เติบโตสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าภายในครัวเรือน และการดีลิเวอรี่สินค้า อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ ธุรกิจจะต้องดูแลลูกค้าในตลาดออฟไลน์และออนไลน์ รวมไปถึงการเพิ่มทางเลือกในการจัดหาแหล่งสินค้าหรือวัตถุดิบในประเทศเพื่อตอบสนองตลาดได้ดีขึ้น

สำหรับ new normal ของภาคธุรกิจนั้น การทำงานผ่านระบบออนไลน์ จะทำให้กิจการสามารถลดต้นทุนได้ นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาปรับใช้อย่างเหมาะสม เช่น ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน และสลับวันทำงานเพื่อไม่ให้แออัด ซึ่งนำไปสู่การลดค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ตลอดจนถึงธุรกิจสามารถพิจารณาลดพื้นที่เช่าสำนักงานให้มีขนาดพอเหมาะกับจำนวนพนักงาน จะทำให้ต้นทุนของกิจการลดลง

หากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่สามารถควบคุมได้ และภาครัฐมีมาตรการที่สร้างความมั่นใจให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่ากับการระบาดในครั้งแรกเนื่องจากทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจมีบทเรียนและประสบการณ์ในการปรับตัวจากการระบาดครั้งก่อน

ยิ่งหาก SMEs สามารถมองสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น มีการตั้งการ์ดอย่างเป็นระบบและหาโอกาสรุกอย่างมีทิศทาง จะช่วยธุรกิจ SMEs ก้าวฝ่าอุปสรรคในปีนี้ไปได้อย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SMEs