Skip to content

‘กสิกรไทย’ ชิงปันผล SSFX กองทุนแรกในไทย มูลค่ารวม 39 ล้านบาท

12 ม.ค. 2564 | 11:42น.
‘กสิกรไทย’ ชิงปันผล SSFX กองทุนแรกในไทย มูลค่ารวม 39 ล้านบาท

บลจ.กสิกรไทย ปันผลกองทุน SSFX กองแรกในประเทศ ‘K-SUPSTAR-SSFX’ มูลค่ารวมกว่า 39 ล้านบาท เผยมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย หลังรัฐบาลปักธงฉีดวัคซีนกลางปี 2564 ลุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพลิกฟื้นจากโควิด-19 มองเป้าดัชนีหุ้นปลายปีที่ 1,600 จุด

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายปันผลกองทุน SSFX กองแรกในไทย กองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 14 มกราคม 2564 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 39.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ กองทุน K-SUPSTAR-SSFX มีนโยบายที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานดี มีศักยภาพสูง และมีความมั่นคงของกระแสเงินสด (Defensive) สามารถเติบโตได้แม้ในสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว (Quality Growth) ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการแบบ Tactical Trade ที่ผู้จัดการกองทุนจะคอยจับจังหวะซื้อขายหุ้นเพื่อหาโอกาสทำกำไรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

โดยคาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้กองทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอระหว่างการถือครองหน่วยลงทุน ตามนโยบายจ่ายปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ขณะที่การจ่ายปันผลในรอบนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือนเมษายนในปีที่ผ่านมา โดยกองทุนมีผลการดำเนินงานย้อนหลังนับตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 17.90% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 7 มกราคม 2564)

นางสาวธิดาศิริ กล่าวอีกว่า สำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในระยะต่อจากนี้ มองว่า ตลาดหุ้นไทยยังเติบโตได้ โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ดังนี้

1) การไหลเข้าของกระแสเงินลงทุน (Fund Flows) ที่ไหลกลับมาทางกลุ่มตลาดเกิดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียจากนโยบายต่างประเทศของไบเดนที่เป็นบวกต่อเอเชีย และทิศทางค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงผลการเลือกตั้งวุฒิสภาจอร์เจียที่พรรคเดโมแครตได้ครองคะแนนเสียงส่วนมากในสภาสูง (Blue Wave) ซึ่งจะสามารถผลักดันทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงินที่มากขึ้น

2) อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ จากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย รวมถึงการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางขนาดใหญ่ทั่วโลก

3) เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัว 2.6% ตามคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย จากผลการใช้จ่ายของภาครัฐ ขณะที่การส่งออกยังเผชิญข้อจำกัดจากทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าและการฟื้นตัวไม่เต็มที่ของเศรษฐกิจโลก

และ 4) กำไรของบริษัทจดทะเบียนของไทยที่กลับมาเติบโตขึ้นกว่า 30% ในปีนี้

“อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องประเมินสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ว่าจะมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อแค่ไหน โดย บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย และคาดว่าดัชนีหุ้นไทยปลายปีจะอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด” นางสาวธิดาศิริ กล่าว

ขณะที่ปัจจัยหนุนอื่นๆ ได้แก่ การผลิตวัคซีนที่มีแผนจะนำออกมาใช้ได้ในกลางปี 2564 น่าจะทำให้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้ไทยเริ่มทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนการสร้างรายได้สูงถึง 13% ของจีดีพี ดังนั้น หากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ เศรษฐกิจไทยก็น่าจะมีการฟื้นตัวได้ดีตามลำดับ

ทั้งนี้ กองทุน K-SUPSTAR-SSFX ไม่เปิดให้ผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติมได้อีก อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจนโยบายการลงทุนของกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนในกองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม (K-STAR-SSF) ซึ่งมีนโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุน K-SUPSTAR-SSFX แทนได้ โดยเริ่มต้นลงทุนง่ายๆ เพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS และ K-My Funds หรือ ธนาคารกสิกรไทย หรือ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน SSF