เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

ธปท. คาดธุรกิจใช้ “พักทรัพย์ พักหนี้” เฟสแรก 3-5 หมื่นล้าน

09 เม.ย. 2564 | 14:41น.

ธปท.มองโควิด-19 สร้างบาดแผลให้เศรษฐกิจไทย เร่งเติมสภาพคล่อง-เยียวยาต่อเนื่องผ่าน 2 มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์ พักหนี้ เน้นออกแบบยืดหยุ่น-ปิดแก็ปซอฟต์โลนเดิม คาดเฟสแรกธุรกิจหันใช้ Asset Warehousing 3-5 หมื่นล้านบาท ยันบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งกระทบตลาดการเงินไทยจำกัด ยันเอกชนระดมทุน-Rollover ได้ตามปกติ เผยมีใช้ตลาดต่างประเทศสัดส่วนแค่ 11% เหลือใช้กลไกธนาคารพาณิชย์

วันที่ 9 เม.ย. 2564 นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มต่ำลงหลังเกิดวิกฤตแต่ละครั้ง โดยการระบาดโควิด-19 สร้างแผลเป็นในระบบเศรษฐกิจไทย (Scarring effects) และกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหดตัวถึง -13% และใช้ระยะเวลาการฟื้นตัว 2-3 ปี

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เกิดการระบาดรอบ 2 ได้มีมาตรการเติมสภาพคล่องและการเยียวยา แต่หลังโควิด-19 มาตรการฟื้นฟูมีความจำเป็นระยะต่อไป

สักกะภพ พันธ์ยานุกูล

อย่างไรก็ดี ธปท.ได้ออกมาตรการ 2 มาตราการ คือ สินเชื่อฟื้นฟู และโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” หรือ Asset Warehousing มีเม็ดเงินรวมกว่า 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นมาตรการที่มาช่วยปิดช่องว่าง (Gap) พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ที่มีปัญหาเรื่องการกระจายสภาพคล่องไปสู่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยสินเชื่อฟื้นฟูออกแบบรองรับธุรกิจที่มีการฟื้นตัวช้า และมีความยืดหยุ่น และครอบคลุมทั้งสินเชื่อใหม่และเดิมด้วยต้นทุนการเงิน (Credit Cost) ที่ค่อนข้างต่ำ

ทั้งนี้ การกระจายวงเงินสินเชื่อฟื้นฟู 2.5 แสนล้านบาท อาจจะไม่ได้ออกครั้งเดียว แต่จะเป็นเฟส ๆ คือ ช่วงแรกเน้นการค่าใช้จ่ายของธุรกิจ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าจ้างพนักงาน เป็นต้น และเฟสต่อไปจะเป็นการใส่เม็ดเงินเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ ขณะที่โครงการพักทรัพย์ พักหนี้ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ออกแบบเพื่อธุรกิจที่ฟื้นตัวได้ช้าและใช้เวลานาน

ซึ่งยังไม่สามารถคาดเดาการใช้วงเงิน แต่เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเบิกใช้วงเงินระยะแรกอยู่ที่ 3-5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี มองว่านโยบายการเงินการคลังจำเป็นต้องมีต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวปฏิรูปเศรษฐกิจหลังโควิด-19

“นโยบายการเงินสนับสนุนต้นทุนที่ต่ำ โดยที่ผ่านมาลดดอกเบี้ยไปแล้ว 3 ครั้งจนปัจจุบันอยู่ที่ 0.50% การลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือ FIDF การดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวนผ่านการทำ FX Ecosystem และช่วยให้แบงก์สามารถรองรับช็อกและช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ผ่านการผ่อนคลายเกณฑ์ต่าง ๆ

และล่าสุดผ่าน 2 มาตรการเพื่อกระจายสภาพคล่องให้ถูกจุด และนโยบายการคลัง จะต้องปฎิรูปเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนในอนาคต อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์เลวร้ายเราก็มีความพร้อมใช้เครื่องมือทางการเงินในการดูแล”

นายสักกะภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลกระทบการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ต่อระบบการเงินของไทย ประเมินว่า ผลกระทบค่อนข้างจำกัดและไม่ได้รุนแรง แม้มีการปรับขึ้นบ้างแต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และหากดูการระดมทุนของภาคเอกชนยังทำงานได้ปกติ โดยมองว่าการระดมทุนในไตรมาสที่ 1-2 และการทดแทนพันธบัตรที่ครบกำหนด (Rollover) ยังทำงานได้ปกติเช่นกัน

และหากดูการระดมทุนที่พึงพิงต่างประเทศ พบว่ามีสัดส่วนเพียง 11% ของการระดมทุนภาคเอกชนไทยทั้งหมด เนื่องจากส่วนใหญ่ระดมทุนผ่านธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก ทำให้ความผันผวนของตลาดการเงินโลกส่งผ่านมาตลาดการเงินไทยยังจำกัด

“กลไกของตลาดบอนด์ไทยยังคงทำงานปกติ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ส่งผ่านมาตลาดการเงินไทยไม่รุนแรง เพราะจะเห็นว่ากลไกและการเคลื่อนไหวของตลาดบอนด์เป็นแบบนี้มานานแล้ว หากดูบอนด์ยีลด์ 5 ปีขอไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.5-0.6% ใกล้เคียงดอกเบี้นนโยบาย เทียบเกาหลี 2% มาเลเซีย 3% หรือ อินโดนีเซีย 6% แม้จะปรับเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้กระทบต่อการ Rollover ที่ยังทำได้ปกติ

ดังนั้น ความจำเป็นตที่จะใช้เครื่องมือ Yield Curve Control ความจำเป็นค่อนข้างน้อย แต่เราก็มีการเตรียมการเครื่องมืออื่นๆ ไว้ เช่น มาตรการช่วยสร้างความมั่นใจตลาดบอนด์ก็ยังมีอยู่ไม่ได้หมดอายุ”