เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BANPU ปิดดีลซื้อธุรกิจก๊าซสหรัฐ เพิ่ม 1,000 หลุมผลิต-ต่อยอดดักจับคาร์บอน
Finance BANPU ปิดดีลซื้อธุรกิจก๊าซสหรัฐ เพิ่ม 1,000 หลุมผลิต-ต่อยอดดักจับคาร์บอน
แมริออทฯ จัดโปรโมชั่นสะสมคะแนน-แพ็กเกจพิเศษ พักโรงแรมในเครือฯ ทั่วไทย
Biz Movement แมริออทฯ จัดโปรโมชั่นสะสมคะแนน-แพ็กเกจพิเศษ พักโรงแรมในเครือฯ ทั่วไทย
กาแฟพันธุ์ไทย ปั้น PUNTHAI SLOW BAR สร้างพื้นที่กาแฟไทยสู่เวทีโลก
Business กาแฟพันธุ์ไทย ปั้น PUNTHAI SLOW BAR สร้างพื้นที่กาแฟไทยสู่เวทีโลก
‘ชัชชาติ’ ถกผู้ประกอบการถนนข้าวสาร-รามบุตรี เช็กลิสต์ความปลอดภัย สั่งปิด 3 ร้านไม่ผ่านเกณฑ์
Economic ‘ชัชชาติ’ ถกผู้ประกอบการถนนข้าวสาร-รามบุตรี เช็กลิสต์ความปลอดภัย สั่งปิด 3 ร้านไม่ผ่านเกณฑ์
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 69,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 69,200 บาท
“เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
Tech “เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ  ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
เศรษฐกิจภูมิภาค สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
Biz Movement มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
ดูทั้งหมด

ตัวเล็ก ผลตอบแทนไม่เล็ก ลงทุนในชิป หัวใจธุรกิจยุคดิจิทัล

16 ก.ค. 2564 | 08:34น.
ทำไมชิปขาดถึงเกิดวิกฤตโลก
คอลัมน์ สถานีลงทุน
วัทธิกร กิจจาวิจิตร
ธนาคารทิสโก้

 

อุตสาหกรรม semiconductor หรือชิป กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากโลกได้เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลในปี 2020 และที่ผ่านมาถือว่าการระบาดของโควิด-19 ได้เป็นตัวเร่งให้แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภท IOT เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ใช้ในครัวเรือนอย่างเครื่องซักผ้า สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงรถยนต์

โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติ ที่คาดว่าจะใช้ชิปสูงถึง 10,000 ชิ้น เมื่อเทียบกับรถยนต์ในปัจจุบันที่ใช้ชิปเพียง 3,000 ชิ้น อีกทั้งอุปกรณ์มาตรฐานอย่างสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณ 5G นั้นยังมีความต้องการชิปเพิ่มขึ้นจากรุ่น 4G ถึง 30%

นอกจากนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์, Cloud Computing, e-Sports และการขุดเหมือง Cryptocurrency ล้วนแล้วแต่ทำให้ความต้องการชิปเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าในปี 2021 จะมีการเติบโตของยอดขายสูงถึง 19.7% แตะระดับ 5.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับอุปทานของการผลิตชิปนั้น ได้เจอปัญหาในเรื่องของการหยุดการผลิตของโรงงานในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ถึงแม้ในปัจจุบันโรงงานผู้ผลิตชิปทั่วโลกกำลังเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตที่ 1 ล้านล้านชิ้นต่อวัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

แม้จะมีการขยายโรงงานแต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการขยายเฉลี่ยสูงถึง 3 ปี ทำให้โลกกำลังเข้าสู่วิกฤตการขาดแคลนชิป และคาดว่าการขาดแคลนจะดำเนินไปจนถึงปี 2023 ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาของชิปเพิ่มสูงขึ้น และทำให้กลุ่มอุตสาหกรรม semiconductor ได้รับประโยชน์

กลุ่มอุตสาหกรรม semiconductor สามารถแบ่งธุรกิจได้เป็น 3 ประเภท คือ

1.บริษัทผู้ออกแบบชิป (fabless) เช่น Nvidia, AMD และ Apple บริษัทเหล่านี้จะเป็นผู้ออกแบบชิปให้ตรงกับความต้องการของสินค้า เช่น การ์ดจอ GPU หรือชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปเอง แต่ยังมีผู้ออกแบบบางบริษัทที่ทั้งออกแบบและผลิตชิปตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เช่น Intel, Micron โดยบริษัทเหล่านี้มีกำไรขั้นต้น 40-50%

2.บริษัทรับจ้างผลิตชิป (foundry) สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ บริษัทที่รับจ้างผลิตให้ผู้อื่นโดยไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง เช่น TSMC และบริษัทที่รับจ้างผลิตให้กับผู้อื่นและผลิตให้กับตัวเองอย่าง Samsung ปัจจุบันบริษัททั้งสองครองส่วนแบ่งตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปสูงถึง 70% และบริษัทเหล่านี้มีกำไรขั้นต้นสูงถึง 50%

3.บริษัทที่ขายเครื่องมือสำหรับการผลิตชิป (chip-equipment maker) เช่น ASML บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในเนเธอร์แลนด์ขายเครื่องมือการผลิตชิป lithography แบบ EUV ที่มีความทันสมัยที่สุดในโลก โดยการใช้แสงความเข้มข้นสูงยิงวงจรที่ออกแบบไว้ไปยังแผ่นซิลิกา หรือที่เรียกว่า Wafer

เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยจะทำให้สามารถผลิตชิปที่มีขนาดเล็กลง และยิ่งชิปมีขนาดเล็กก็จะยิ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงขึ้นและกินไฟน้อยลง แต่การทำให้ขนาดเล็กลงต้องอาศัยเครื่องมือ เทคโนโลยี ความรู้ความเชี่ยวชาญ

โดยชิปที่มีความทันสมัยที่สุดในปัจจุบันถูกผลิตอยู่ที่โรงงานของ TSMC ในประเทศไต้หวัน ด้วยความบางระดับ 5 NM (นาโนเมตร) ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ใน iPhone ไปจนถึงรถยนต์ Tesla ขณะที่ชิปที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น 10NM จะอยู่ในคอมพิวเตอร์ และชิปขนาด 14NM จะอยู่ในรถยนต์ทั่วไป

เมื่อเกิดวิกฤตชิปขาดแคลนและเล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นมาก TSMC ประกาศลงทุนขยายกำลังการผลิตของโรงงานสำหรับเพิ่มกำลังการผลิตในอีก 3 ปีข้างหน้า และมีแผนเปิดโรงงานในรัฐ Arizona โดยจะเริ่มผลิตชิปขนาด 3 NM จากโรงงานในไต้หวันให้กับ Intel และ Apple

ซึ่งชิป 3NM นั้นใช้พลังงานน้อยลง 30% แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 15% หากเทียบกับชิป 5NM ขณะที่ ปธน.โจ ไบเดน ได้ทุ่มงบฯกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตชิปในประเทศ

เช่นเดียวกับประเทศจีนที่มีจุดประสงค์ในการยกระดับการผลิตชิปที่ทันสมัยขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาชิปจากต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าว่าภายในปี 2025 ชิปที่ใช้ในประเทศ 70% จะต้องผลิตภายในประเทศจีน นอกจากสหรัฐและจีนจะเล็งเห็นถึงความสำคัญแล้ว กลุ่มสหภาพยุโรปยังได้อัดฉีดเม็ดเงินวิจัยและพัฒนา และลงทุนสร้างโรงงานสำหรับผลิตชิปที่มีความทันสมัยให้มากขึ้นในอนาคต

หนึ่งในกองทุน ETF ที่มีการลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการขาดแคลนชิป คือ VanEck Vector Semiconductor ETF (SMH) มีการลงทุนในบริษัทประมาณ 25 บริษัทตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นผู้ออกแบบชิปอย่าง Nvidia Intel ผู้ผลิตชิปอย่าง TSMC และบริษัทผู้ขายเครื่องมือสำหรับผลิตชิปอย่าง ASML

ซึ่งบริษัทเหล่านี้ล้วนแต่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ สร้างผลกำไรได้สม่ำเสมอ และมีการเติบโตสูง ค่า P/E ratio อยู่เพียงระดับ 34 เท่า ถูกกว่ากลุ่มเทคโนโลยีในภาพรวม สามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +64% ชนะดัชนี Nasdaq 100 ที่ให้ผลตอบแทน +45%

ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนชิปทำให้รัฐบาลต่างอัดฉีดงบประมาณวิจัย พัฒนา เร่งลงทุน ประกอบกับโลกกำลังก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบดิจิทัล จึงทำให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ถึงแม้การลงทุนในโรงงานจะทำให้ต้นทุนของบริษัทเหล่านี้เพิ่มขึ้น แต่จะถูกชดเชยด้วยราคาของชิปและยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นไปจนถึงอย่างน้อยปี 2023

ทำให้ความน่าสนใจของการลงทุนในอุตสาหกรรม semiconductor ที่ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ แต่ก็เป็นชิ้นส่วนที่ขาดไม่ได้ในโลกยุคดิจิทัล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สถานีลงทุน