หุ้นไทยร่วงต่อกังวลโควิดเดลต้าระบาด กระทบเศรษฐกิจ-น้ำมันทรุด-เงินไหลออก

หุ้น-ดอลลาร์-ขนส่ง-น้ำมัน

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงในกรอบ 1,545-1,550 จุด กังวลโควิดเดลต้าระบาดหนักทั้งในและต่างประเทศ ป่วนกระทบแผนเปิดเศรษฐกิจทั่วโลก-ฉุดราคาน้ำมันทรุด-เงินไหลออก เป็นลบหุ้นกลุ่มพลังงาน จับตาประชุม ครม.พิจารณาออกมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนและธุรกิจในพื้นที่ล็อกดาวน์เพิ่ม

วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ ปรับตัวลงในกรอบ 1,545-1,550 จุด จากความกังวลการแพร่ระบาดเชื้อ Covid-19 เดลต้าที่เร่งตัวขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงแรงซึ่งเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน รวมถึงกระแสทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ผันผวน (Fund flow) ที่ไหลออก

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีแรงซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กลุ่มส่งออก, กลุ่มงบฯไตรมาส 2/64 เติบโต ช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวนด์ขึ้นได้

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้หลังดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลง 726 จุด หรือ -2.09% ปิดที่ 33,962.04 จุด จากความกังวลตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธ์เดลต้าที่กำลังเร่งตัวขึ้นในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ, ยุโรป, เอเชีย จะกระทบแผนการเปิดเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ กดดันให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ด้านน้ำมันดิบร่วงลง 5 ดอลลาร์ หลังวานนี้ (19 ก.ค. 64) องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC+) มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ย 4 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค.-ธ.ค. 64 รวมเป็น 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีมติปรับเพิ่มปริมาณการผลิตขั้นต่ำของกลุ่มประเทศสมาชิก อาทิ ซาอุฯ, รัสเซีย, คูเวต, อิรัก ซึ่งจะทำให้ระดับการผลิตรวมของกลุ่มเพิ่มขึ้นจาก 43.853 ล้านบาร์เรล/วัน เป็น 45.485 ล้านบาร์เรล/วัน

ทั้งนี้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดที่ประชุมอาจพิจารณาออกมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนและธุรกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดที่ประกาศล็อกดาวน์เพิ่ม ส่วนกลุ่มธนาคารวันนี้ 4 แบงก์ใหญ่เริ่มทยอยประกาศงบฯ อาทิ KBNAK, KTB


บล.กรุงศรี แนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่ EPG หรือบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ราคาปิดที่ 12.9 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 16 บาทต่อหุ้น ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบร่วงแรงหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น และยังได้ผลบวกจากกระแส WFH หนุนยอดขายและรายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เพิ่มขึ้นเช่นกัน

รวมไปถึง CKP หรือบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 5.9 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 6.5 บาทต่อหุ้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 931 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 95 ล้านบาท ในไตรมาส 2/63 และกำไรจะเร่งขึ้นอีกในไตรมาส 3/64 จากช่วงที่นักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น (High season)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ