เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
9 เดือน ขอบีโอไอทะลุ 1.7 ล้านล้าน ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์นำ หนุนไทยเชื่อมห่วงโซ่ AI โลก
Economic 9 เดือน ขอบีโอไอทะลุ 1.7 ล้านล้าน ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์นำ หนุนไทยเชื่อมห่วงโซ่ AI โลก
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวกรอบ 33.50-34.00 ติดตามผลประชุมดอกเบี้ย
Finance กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวกรอบ 33.50-34.00 ติดตามผลประชุมดอกเบี้ย
มท.จ่อเปิดตัว ‘โซลาร์เซลล์เพื่อประชาชน’ หลัง ครม. ไฟเขียวใช้งบ พ.ร.ก.กู้
Politics มท.จ่อเปิดตัว ‘โซลาร์เซลล์เพื่อประชาชน’ หลัง ครม. ไฟเขียวใช้งบ พ.ร.ก.กู้
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
กรมทางหลวงชนบทแก้รถติดเชียงราย ผุดสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม 329 ล้าน เสร็จปี’72
Economic กรมทางหลวงชนบทแก้รถติดเชียงราย ผุดสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม 329 ล้าน เสร็จปี’72
รัฐบาลคาดให้ฝ่ายค้านซักฟอกเร็วสุดต้น ธ.ค. เหตุรัฐมนตรีงานแน่นเดือน พ.ย.
Politics รัฐบาลคาดให้ฝ่ายค้านซักฟอกเร็วสุดต้น ธ.ค. เหตุรัฐมนตรีงานแน่นเดือน พ.ย.
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภูเก็ตระทึกกลางดึก น้ำป่าพัดดิน-หินถล่มซัดป่าตองอ่วม หนักสุดในรอบ 50 ปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตระทึกกลางดึก น้ำป่าพัดดิน-หินถล่มซัดป่าตองอ่วม หนักสุดในรอบ 50 ปี
TTB จ่อประกาศราคาซื้อหุ้นคืนวันนี้ วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน เปิดรับซื้อ 16-27 พ.ย.
Finance TTB จ่อประกาศราคาซื้อหุ้นคืนวันนี้ วงเงิน 1.4 หมื่นล้าน เปิดรับซื้อ 16-27 พ.ย.
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด
ดูทั้งหมด

ธปท. ลุยแก้หนี้ประชาชน 3.2 ล้านล้าน จ่อดึง “สหกรณ์” เข้าเครดิตบูโรฯ 

21 ก.ค. 2564 | 17:33น.

ธปท. เดินหน้าแก้หนี้ภาคประชาชน-ธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ตรงจุดและยั่งยืน เผยหลังเกิดโควิด-19 มีลูกค้าเข้าโครงการช่วยเหลือกว่า 3.2 ล้านล้านบาท หรือ 4.9 ล้านบัญชี เดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลดึงสหกรณ์เข้าเครดิตบูโร พร้อมเพิ่มช่องทางการกู้ยืมใหม่-ให้ความรู้ทางการเงิน ระบุเร่งประสานหนี้เกษตรกรปี 65 

วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าภารกิจการแก้หนี้ภาคประชาชน จะเห็นว่าธปท.ได้ทยอยออกมาตรการช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง โดยทำตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ซึ่งต้องยอมรับว่าภายหลังจากเกิดสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายประเทศประสบปัญหาภาระหนี้หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับไทยที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งไตรมาสที่ 1 ตัวเลขอยู่ที่ 90.5% ของจีดีพี ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ประชาชนที่หดตัวลงอย่างมาก และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับถภาระหนี้มีความซับซ้อน เนื่องจาก 1 ใน 4 เป็นหนี้นอกระบบ และประมาณ 3 ใน 4 หรือประมาณ 72% เป็นหนี้ในระบบธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินของรัฐ (SFIs) 

ทั้งนี้ หากดูการแก้ปัญหาหนี้ของภาคประชาชน จะพบว่า ธปท.ได้เริ่มแก้ปัญหาลูกหนี้ตั้งแต่ลูกหนี้ปกติ เริ่มมีปัญหา ลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และอยู่ในขั้นตอนฟ้องร้อง โดยการแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การใช้มาตรการเร่งด่วนลดภาระหนี้ เช่น การปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยในเดือนส.ค.63 ลงเฉลี่ย 2-4% เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตจาก 18% เหลือ 16% สินเชื่อบุคคลจาก 28% เหลือ 25% และจำนำทะเบียนจาก 28% เหลือ 24% และออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 1 แบบปูพรมในช่วงเดือนเม.ย.63 และหลังสถานการณ์ล็อกดาวน์ผ่อนคลายได้ออกมาตรการชุดที่ 2 ต่อเนื่อง รวมถึงการออกประกาศการคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้แนวนอนที่มีผลบังคับใช้ไปแล้ว 

ล่าสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ในช่วงเดือนพ.ค.64 สำหรับลูกหนี้ทุกประเภท และการเร่งปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้การชำระหนี้สอดคล้องกับลูกหนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมามีลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือรวมทั้งหมด ทั้งลูกหนี้รายย่อย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และธุรกิจรายใหญ่ โดย ณ เดือนพ.ค.64 มีลูกค้าเข้ามาตรการรวมทั้งสิ้น 4.9 ล้านบัญชี คิดเป็น 3.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น ลูกค้ารายย่อย 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นจำนวนบัญชี 4.4 ล้านบัญชี แบ่งเป็น สินเชื่อบัตรเครดิต-ส่วนบุคคล 8 แสนล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัย 6 แสนล้านบาท และเช่าซื้อ 2 แสนล้านบาท สินเชื่อเอสเอ็มอี 5 แสนราย มูลค่า 1 ล้านล้านบาท และสินเชื่อรายใหญ่ 2,060 ราย มูลค่า 6 แสนล้านบาท

ขณะที่ภารกิจการแก้หนี้กลางน้ำ จะเป็นการเพิ่มช่องทางให้ลูกหนี้ได้เจรจากับเจ้าหนี้ได้แก้หนี้ได้สะดวกขึ้น เช่น 1.โครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งปัจจุบัน ณ เดือนมิ.ย.64 มีลูกค้าเข้าโครงการขอความช่วยเหลือจำนวน 1.9 หมื่นคน เฉลี่ย 1 รายมี 3 บัญชี คิดเป็น 6.05 หมื่นบัญชี โดยสามารถช่วยเหลือได้กว่า 5,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความสำเร็จกว่า 90% และ 2.ทางด่วนแก้หนี้ มีตัวเลขเข้ามาติดต่อค่อนข้างสูงในช่วงโควิด-19 กว่า 2 แสนราย คิดเป็นอัตราการช่วยเหลือสำเร็จกว่า 70% 

และ 3.มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ณ เดือยพ.ค.64 พบว่า มีลูกหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและส่วนบุคคลเข้าโครงการกว่า 6.85 แสนบัญชี เฉลี่ย 1 ราย มี 2 บัญชี พบว่าได้รับความช่วยเหลือ 1.93 แสนบัญชี และเข้าเงื่อนไขกว่า 2.6 แสนบัญชี คิดเป็นอัตราการช่วยเหลือสำเร็จกว่า 72.15% ขณะที่มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อ พบว่าล่าสุด ณ ก.ค.64 มีผู้ลงทะเบียนกว่า 2.2 หมื่นบัญชี เพิ่มจากเดือนมิ.ย.ที่เข้ามาประมาณ 1.7 หมื่นบัญชี และเข้าเงื่อนไขประมาณกว่า 6,000 บัญชี โดยดำเนินการแล้วประมาณ 9,000 บัญชี และอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 78% ส่วนการแก้ปัญหาภาระหนี้ปลายน้ำ คือ การให้ความรู้ทางการเงิน โดยในเดือนส.ค.นี้จะทำผ่านโครงการหมอหนี้ เพื่อการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนระยะยาว 

“การพักชำระหนี้ 2 เดือนในพื้นที่โซนแดง ถือเป็นมาตรการขั้นต่ำ และเป็นการ Stop Gap เพื่อช่วยเหลือเร่งด่วน แต่ในระยะยาว คือ เน้นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับลูกค้า เช่น การแปลงสินเชื่อระยะสั้นเป็นระยะยาว การเจรจาเจ้าหนี้ให้ลดดอกเบี้ยหรือแฮร์คัตหนี้ เน้นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างจริงจัง แม้ว่ามาตรการจะหมดอายุสิ้นปี 64 แต่เชื่อว่าแบงก์จะยังคงทำต่อเนื่อง”

นางธัญญนิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท.คงไม่ได้มีมาตรการเพียงเท่านี้ โดยมีการคุยกันภายในเพื่อแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนในอนาคต จึงจะดำเนินการต่อเนื่อง เช่น 1.การจัดทำข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าเดิมข้อมูลจะมีอยู่แล้วก็ตาม แต่เป็นข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วนและไม่มีในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ซึ่งจะมีการดึงเจ้าหนี้ที่ยังไม่ได้อยู่ระบบเข้ามาในระบบ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น 2.การส่งเสริมให้เจ้าหนี้ปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ไม่หนุนให้ลูกหนี้ก่อหนี้เกินตัว

และ 3.ส่งเสริมให้เกิดช่องทางการให้กูยืมเงินใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลต่อบุคคล หรือ P2P Lending เป็นต้น และ 4.การส่งเสริมความรู้ทางการเงิน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนระยะยาว เน้นการปลูกฝั่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้จะเป็นแนวทางที่ธปท.พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในอนาคต 

“การแก้ปัญหาหนี้สหกรณ์ สอดคล้องกับแนวนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี แต่ธปท.จะทำคนเดียวไม่ได้ เพราะมีหลายหน่วยงานที่กำกับดูแล และหน่วยงานกำกับอยู่นอกเหนือการกำกับของเรา เช่น สหกรณ์ครู ข้าราขการ ตำรวจ หรือแม้แต่หนี้การศึกษา หรือ กยศ.เราได้ดำเนินการประสานไปแล้ว หรือแม้แต่หนี้เกษตรกร ซึ่งทำได้ค่อนข้างยาก เพราะติดหลักเกณฑ์พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่กำกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และลูกค้าแตกต่างจากลูกค้าธนาคาร จึงเป็นเรื่องที่ธปท.ต้องคอยมอนิเตอร์และน่าจะเริ่มทำในปี 65 เพราะเป็นปัญหาใหญ่และต้องดูหลายปัจจัย”