เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

เฮงลิสซิ่งฯรุกธุรกิจเต็มสูบ นำร่องภาคอีสาน หวังโตพอร์ต 1.3 หมื่นล้าน

17 ส.ค. 2564 | 13:55น.
รถยนต์

บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล เตรียมรุกธุรกิจเช่าซื้อ-จำนำทะเบียน-นาโนไฟแนนซ์เต็มสูบตั้งเป้าปี’66 พอร์ตสินเชื่อแตะ 1.3 หมื่นล้านบาท เล็งขยายสาขาเพิ่มเป็น 830 สาขา เจาะภาคอีสาน-ภาคใต้ หลังเป็นผู้นำสินเชื่อภาคเหนือสัดส่วนสินเชื่อ 42% ลั่นโควิด-19 เร่งช่วยเหลือลูกค้าเต็มที่ พร้อมบริหารหนี้เสียอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ที่ 3.68%

วันที่ 17 สิงหาคม 2564 นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าภายใน 2 ปี ขยายธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันในภูมิภาคต่าง ๆ จากปัจจุบันเป็นผู้นำสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือสัดส่วน 42% โดยคาดว่าพอร์ตสินเชื่อในปี 2565-2566 จะมีอัตราการเติบโต 25% ต่อปี และมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปี 2563 พอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 7,700 ล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตอยู่ที่ 8%

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอื่นนอกจากภาคเหนือ โดยตั้งเป้าขยายสาขาภายในปี 2566 อยู่ที่จำนวน 830 แห่ง เพื่อขยายให้ครอบคลุมลูกค้ารายใหม่มากขึ้น โดยเบื้องต้นสาขามากกว่าครึ่งจะเน้นขยายไปยังภาคอีสาน และภาคใต้และภาคตะวันออก จากปัจจุบันสาขากระจายอยู่ใน 51 จังหวัด

สุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์

สำหรับสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อประมาณ 95% จะเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถและจำนำทะเบียนที่มีสัดส่วนสูงถึง 80% และที่เหลือจะเป็นสินเชื่อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขณะที่สัดส่วนที่เหลือ 5% จะเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เป็นต้น และธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิต โดยปัจจุบันบริษัทมีความเชี่ยวชาญในรถทุกประเภทและมีพันธมิตรเป็นเต็นท์รถมือสองและนายหน้ากว่า 5,100 ราย

โดยในด้านคุณภาพสินเชื่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังสามารถบริหารจัดการได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากบริษัทมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ รายได้ และหลักทรัพย์ค้ำประกันของลูกค้าเป็นหลัก ส่งผลให้หนี้เอ็นพีแอลในสิ้นปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 3.68%

อย่างไรก็ดี ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 บริษัทได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เช่น การระบาดระลอกแรก โดยการจ่ายแค่ดอกเบี้ยและลดค่างวดเพียง 65% ของภาระรายเดือน หรือการขยายเวลาชำระหนี้ 3-6 เดือน และล่าสุดได้พักชำระหนี้ให้ลูกค้า 2 เดือน โดยภาพรวมมีลูกค้าที่เข้าโครงการขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด 30% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด แต่ปัจจุบันมีลูกค้าทยอยกลับมาชำระปกติหรือปิดบัญชี ทำให้สัดส่วนลูกค้าที่อยู่ในความช่วยเหลือเพียง 13% เท่านั้น

“เราต้องการตอบโจทย์ลูกค้าท้องถิ่น โดยใช้วิธีการรู้จักลูกค้า โดยเรายังเชื่อว่ายังมีดีมานด์ความต้องการสินเชื่ออีกมาก ทั้งคนที่เข้าไม่ถึงและคนที่เข้าถึงระบบแล้ว อย่างไรก็ดี เป้าหมายระยะยาวเราจะด7งเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาการเข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาและพูดคุยกับธปท.ในการทำสินเชื่อ digital Lending รวมถึงการพัฒนาคนและระบบควบคู่กันไป”

วิชัย ศุภสาธิตกุล

นายวิชัย ศุภสาธิตกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือภายใต้แบรนด์ “เฮงลิสซิ่ง” ที่เกิดขึ้นจากการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือ 4 กลุ่ม

ได้แก่ กลุ่มทวีเฮง กลุ่มพัฒนสิน กลุ่มมิตรเอื้ออารีย์ และกลุ่มสินปราณี ซึ่งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกันที่แตกต่างกันมากกว่า 20 ปี โดยการรวมตัวกัน จึงสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันทั้งด้านฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในภาคเหนือ ความสามารถ และประสบการณ์ของกลุ่มผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ตรงใจลูกค้า และเติบโตอย่างยั่งยืน

“เรามีทีมผู้บริหาร พนักงานและบุคลากรคนท้องถิ่นที่เข้าใจลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการสินเชื่อเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพหรือใช้เป็นทุนหมุนเวียน โดยทีมพนักงานจะลงพื้นที่เข้าพูดคุยให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ด้วยความเป็นมิตร จริงใจ โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อของเฮงลิสซิ่งมาโดยตลอด”