พรินซิเพิลขออนุมัติ ก.ล.ต. เพิ่มทุนกองหุ้นเวียดนาม 5,000 ล้านบาท

บลจ.พรินซิเพิล ขออนุมัติต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพิ่มทุนจดทะเบียนกองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้เป็น 1 หมื่นล้านบาท จากเดิม 5,000 ล้านบาท หลังนักลงทุนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก มีผลตั้งแต่ 14 ก.ย. 64 โชว์ผลการดำเนินงาน 8 เดือนแรก สูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มกองทุนหุ้นเวียดนามถึง 43.33%

วันที่ 15 กันยายน 2564 นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัวกองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ (PRINCIPAL VNEQ) ในปี 2560 ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนเด่นที่ให้อัตราผลตอบแทนโดดเด่นและได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการลงทุนโดยตรงของต่างชาติเพื่อขยายฐานการผลิตในประเทศเวียดนามที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

ล่าสุด บลจ.พรินซิเพิล จึงขออนุมัติต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อเพิ่มทุนจดทะเบียนกองทุนเปิดดังกล่าวเป็น 1 หมื่นล้านบาท จากเดิม 5 พันล้านบาท มีผลตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2564 เป็นต้นไป เพื่อขยายขนาดกองทุน ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น สามารถลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ที่จะได้ประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศ ผ่านกองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา ให้อัตราผลตอบแทนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มกองทุนที่ลงทุนเวียดนามในรอบ 8 เดือนแรกของปี 2564 โดยนับจากวันที่ 1 มกราคม-31 สิงหาคม 2564 ให้อัตราผลตอบแทน 43.33% เทียบกับดัชนีชี้วัดที่ให้อัตราผลตอบแทน 47.67% ขณะที่ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ให้อัตราผลตอบแทน 77.32% สูงสุดในกลุ่มกองทุนเวียดนามเช่นเดียวกัน และสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่ให้ผลตอบแทน 84.31% (Source Bloomberg ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564)


ทั้งนี้ ปัจจุบันถือเป็นโอกาสดีที่จะทยอยลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามที่อยู่ในช่วงการปรับฐาน จากความกังวลตัวเลขอัตราผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามมีความแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตสูง จากการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ (Foreign Direct Investment หรือ FDI) จำนวนมากจากการเคลื่อนย้ายฐานการผลิต ส่งผลให้เวียดนามกำลังยกระดับจากประเทศเกษตรกรรมสู่ “ฮับด้านการผลิตของโลก” และการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเมืองหรือ Urbanization จากรายได้ประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวและกลายเป็นประเทศที่น่าจับตามองที่สุดในภูมิภาคนี้

ขณะที่การฉีดวัคซีนเป็นประเด็นเร่งด่วน ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสสุดท้าย โดยมีเป้าหมายฉีดวัคซีนแก่ประชาชนถึง 50% ภายในสิ้นปีนี้ และ 70% ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า พร้อมทั้งได้จัดหาวัคซีนรองรับจำนวน 100 ล้านโดส ซึ่งจะส่งผลดีต่อการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19

ทั้งนี้ กองทุนเปิด PRINCIPAL VNEQ สั่งซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืน และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทร. 0-2686-9595 หรือ www.principal.th หรือ Principal TH Mobile App

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ