อาคมเผย “โอไมครอน” ฉุดหุ้นร่วง ชี้ปี’65 ปรับแผนตลาดทุนสู่ดิจิทัล

รมว.คลัง เผยโควิดสายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ฉุดหุ้นร่วง เชื่อปีนี้จีดีพียังโต 1% หลัง “ส่งออก-บริโภค” หนุน คาดปี’65 เศรษฐกิจโต 4% เร่งปรับแผนพัฒนาตลาดทันสู่ดิจิทัล เน้นสร้างงานสร้างรายได้แรงงานคืนถิ่น เล็งออกมาตรการจูงใจคนซื้อรถยนต์อีวีต้นปีหน้า

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ “เหลียวหลังแลหน้า มองทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 65” ในงานเสวนา “(นาที)ลงทุน โค้งสุดท้ายปี64” ว่า โควิด-19 ถือเป็นความท้าทายเศรษฐกิจไทย แต่ขณะนี้รัฐได้จัดหาวัคซีนเพียงพอในปี 2564 และปี 2565 แล้ว ซึ่งจะสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องสายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกว่า “โอไมครอน” ซึ่งแพร่กระจายเชื้อเร็ว ก็มีผลต่อตลาดหุ้นบางส่วนแล้ว โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นร่วงทั้งกระดาน ไม่เพียงแต่ของไทยเท่านั้น ยังรวมถึงยุโรป อเมริกา และเอเชียด้วย

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของหน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายค่ายก็คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัวได้ 1% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออก ซึ่งตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมารักษาการเติบโตได้ที่ 15% คาดว่าสิ้นปี 2564 จะอยู่ที่ 17% สูงสุดในรอบ 12 ปี และเรื่องการบริโภค แม้ว่ารายได้ท่องเที่ยวจะหายไป สิ่งที่ชดเชยคือมาตรการภาครัฐ ที่เข้ามาเยียวยา และกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อประคองการบริโภคของประชาชน ทำให้ตัวเลขติดลบน้อยลงกว่าที่คาด

ส่วนทิศทางในปี 2565 นั้น คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3.5-4.5% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 4% โดยมองว่าเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้น รายได้ของประชาชนกลับมา การเยียวยา หรือกระตุ้นการบริโภคจะลดน้อยลงไป แต่จะเน้นสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอาชีพ เนื่องจากมีแรงงานออกจากระบบกลับถิ่นที่อยู่อาศัยต้องประกอบอาชีพใหม่ และต้องการเพิ่มรายได้ ซึ่งจะมีนโยบายออกมาต้นปีหน้า รวมทั้งจะเน้นดูแลเรื่องเศรษฐกิจชุมชนด้วย

ขณะเดียวกัน จะให้ความสำคัญกับสังคมดิจิทัล โดยในภาคตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก็ได้ร่วมมือกับ ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง ก็ให้การสนับสนุนในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล ซึ่งในเรื่องฟินเทค และคริปโทฯ จะเห็นความคึกคักในปี 2565 ฉะนั้น จะดำเนินการพัฒนาแผนตลาดทุนให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยดิจิทัลเข้ามามีอิทธิพลมาก ตลาดทุนก็ต้องมีการปรับโครงสร้างตัวเอง


นอกจากนี้ สิ่งที่รัฐจะต้องมองในปี 2565 คือ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยกำหนดให้ปี ค.ศ. 2060 ลดใช้คาร์บอนไดออกไซด์ ก็จะมีการปรับนโยบายภาคการขนส่ง สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี โดนมาตรการคลังจะเข้าไปสนับสนุนมาตรการภาษี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และทำให้ราคารถอีวีใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป โดยจะเกิดขึ้นช่วงต้นปี 2565 รวมทั้งจะมุ่งให้เกิดศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อีวีด้วย

ทั้งนี้ มาตรการคลังก็ยังจำเป็นที่สร้างความมั่นใจว่ารัฐยังหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ โดยในปี 2565 ก็จะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเกือบ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจาก เม็ดเงินลงทุนของรัฐ 6 แสนล้านบาท รัฐวิสาหกิจ 3 แสนล้านบาท และเม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับเพิ่มเติมที่เหลืออยู่เกือบ 3 แสนล้านบาท ส่วนเหล่านี้จะลงไปในงานก่อสร้าง ทำให้ผู้รับเหมามีงานทำ ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ